Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56197)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 และศาลอุทธรณ์ฟังพยานหลักฐานผิดไปจากท้องสำนวนโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ นายโพธิ์วรรณปักษ์ ทนายจำเลยแถลงคัดค้านว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้วและอ้างว่าโจทก์ได้ถึงแก่กรรมเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยไม่มีผู้ใดเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ผู้รับมอบอำนาจและทนายโจทก์จึงไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในศาลได้ การที่ทนายโจทก์ ยื่นฎีกาเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อว่า โจทก์มีชีวิตอยู่ เป็นการแจ้งเท็จและเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล เข้าลักษณะความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อม ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่า ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยได้ตั้ง นายโพธิ์วรรณปักษ์ เป็นทนาย (อันดับ 190 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่เช่า ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรมนายประจวบ อ่ำทองอยู่ ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 179)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 181)วันนัดพร้อม ทนายโจทก์แถลงรับว่า นายสนองถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จริง แต่โจทก์ได้นำสืบไว้แล้วว่านายสนองเป็นผู้รับมอบอำนาจทั่วไปจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตน์บุศบง กับพวก โดยให้นายสนองมอบอำนาจช่วงได้ ซึ่งคดีนี้นายสนองได้มอบอำนาจช่วงให้นายพรศักดิ์เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนนายพรศักดิ์ จึงมีอำนาจดำเนินคดีนี้ต่อไปได้ ทนายจำเลยแถลงคัดค้านว่า โจทก์ถึงแก่กรรมเกินกว่า 1 ปี ไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่ ทนายโจทก์ไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้ต่อไป ขอให้ศาลจำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาสั่ง (อันดับ 197)คำสั่งทนายโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้รับฎีกา ตัวโจทก์ มรณะเป็นเวลาเกิน 1 ปี โดยไม่มีบุคคลใดเข้าเป็นคู่ความแทนจึงให้จำหน่ายคำร้องโจทก์ออกจากสารบบความศาลฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 885/2536นายสนอง ตู้จินดาโจทก์นางล้วน อ่ำทองอยู่จำเลยนายสมภพ พลกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 42, ม. 132, ม. 234ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 และศาลอุทธรณ์ฟังพยานหลักฐานผิดไปจากท้องสำนวนโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ นายโพธิ์วรรณปักษ์ ทนายจำเลยแถลงคัดค้านว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้วและอ้างว่าโจทก์ได้ถึงแก่กรรมเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยไม่มีผู้ใดเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ผู้รับมอบอำนาจและทนายโจทก์จึงไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในศาลได้ การที่ทนายโจทก์ ยื่นฎีกาเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อว่า โจทก์มีชีวิตอยู่ เป็นการแจ้งเท็จและเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล

เข้าลักษณะความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อม ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่า ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยได้ตั้ง นายโพธิ์วรรณปักษ์ เป็นทนาย (อันดับ 190 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่เช่า ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรมนายประจวบ อ่ำทองอยู่ ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 179)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 181)วันนัดพร้อม

ทนายโจทก์แถลงรับว่า นายสนองถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จริง แต่โจทก์ได้นำสืบไว้แล้วว่านายสนองเป็นผู้รับมอบอำนาจทั่วไปจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตน์บุศบง กับพวก โดยให้นายสนองมอบอำนาจช่วงได้ ซึ่งคดีนี้นายสนองได้มอบอำนาจช่วงให้นายพรศักดิ์เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนนายพรศักดิ์ จึงมีอำนาจดำเนินคดีนี้ต่อไปได้ ทนายจำเลยแถลงคัดค้านว่า โจทก์ถึงแก่กรรมเกินกว่า 1 ปี ไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่ ทนายโจทก์ไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้ต่อไป ขอให้ศาลจำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาสั่ง (อันดับ 197)คำสั่งทนายโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้รับฎีกา ตัวโจทก์ มรณะเป็นเวลาเกิน 1 ปี โดยไม่มีบุคคลใดเข้าเป็นคู่ความแทนจึงให้จำหน่ายคำร้องโจทก์ออกจากสารบบความศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7101/2545

จำเลยที่ 3 ถึงแก่มรณะก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ 3 ในฐานะกรรมการศึกษาของโรงเรียน บ. มิให้รบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์และคัดค้านการออกเอกสารสิทธิในที่ดินของโจทก์ จึงเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2544

โจทก์ยื่นอุทธรณ์และขอให้มีหนังสือไปยังศาลจังหวัดสงขลาเพื่อจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย ต่อมาโจทก์แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าส่งสำเนาอุทธรณ์ไม่ได้ ขอสืบหาภูมิลำเนา ศาลชั้นต้นสั่งว่า "อนุญาตให้สืบหาภูมิลำเนาได้ภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8229/2540

เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง และถือว่าผู้ร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้