Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56214)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า คดีของจำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์ จะฎีกาให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาวางศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าจำเลยไม่ติดใจที่จะยื่นฎีกา จำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยมีมูลและมีเหตุผลสมควรที่จะชนะคดีได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 151) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยโดยให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สิน และบริวารและรื้อถอนบ้านส่วนที่ต่อเติมออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 200 บาท นับแต่เดือนที่ฟ้อง (ตุลาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่า จำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 131,130,147) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 148)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยให้การว่าเดิมนางชุ่มชื่นสุคนธรสเจ้าของที่พิพาทให้จำเลยอยู่อาศัยในที่พิพาท ในปี 2507นางชุ่มชื่นขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ให้จำเลยอยู่อาศัยในที่พิพาท ต่อมา ในปี 2508 โจทก์ได้ยกที่พิพาทให้จำเลยจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมา ในชั้นฎีกาจำเลยกล่าวอ้างในฎีกาตามที่จำเลย นำสืบว่า ในปี 2507 นางชุ่มชื่นได้ยกที่พิพาทให้จำเลยต่อมาเมื่อนางชุ่มชื่นขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ยอมยกที่พิพาทให้จำเลยเช่นเดียวกันนางชุ่มชื่น ซึ่งต่างไปจากที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของจำเลย หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระค่าศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ การอุทธรณ์คำสั่ง เกี่ยวกับเรื่องอนาถาคู่ความไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม จึงให้คืนค่าคำร้อง 40 บาท แก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 928/2536นางวนิดา วงศ์วานิชโจทก์นายสี ทองเพ็งจำเลยนายสี ทองเพ็ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า คดีของจำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์ จะฎีกาให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาวางศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าจำเลยไม่ติดใจที่จะยื่นฎีกา จำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยมีมูลและมีเหตุผลสมควรที่จะชนะคดีได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 151) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยโดยให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สิน และบริวารและรื้อถอนบ้านส่วนที่ต่อเติมออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 200 บาท นับแต่เดือนที่ฟ้อง (ตุลาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่า จำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 131,130,147) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 148)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยให้การว่าเดิมนางชุ่มชื่นสุคนธรสเจ้าของที่พิพาทให้จำเลยอยู่อาศัยในที่พิพาท ในปี 2507นางชุ่มชื่นขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ให้จำเลยอยู่อาศัยในที่พิพาท ต่อมา ในปี 2508 โจทก์ได้ยกที่พิพาทให้จำเลยจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมา ในชั้นฎีกาจำเลยกล่าวอ้างในฎีกาตามที่จำเลย นำสืบว่า ในปี 2507 นางชุ่มชื่นได้ยกที่พิพาทให้จำเลยต่อมาเมื่อนางชุ่มชื่นขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ยอมยกที่พิพาทให้จำเลยเช่นเดียวกันนางชุ่มชื่น ซึ่งต่างไปจากที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ของจำเลย หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระค่าศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ การอุทธรณ์คำสั่ง เกี่ยวกับเรื่องอนาถาคู่ความไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม จึงให้คืนค่าคำร้อง 40 บาท แก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2561

จำเลยต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 แต่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้ยื่นได้ภายในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตาม ป.วิ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้