คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 940/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสาหะ ยูโซะจำเลยนายสาหะ ยูโซะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ในประเด็นที่ว่าของกลางเป็นสินค้า รายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลการขายทอดตลาด ของกลางของด่านศุลกากร และเป็นสินค้าที่จำเลยซื้อภายใน ราชอาณาจักรจึงมิใช่เป็นของต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ ที่ยังมิได้เสียภาษีและยังไม่ได้ผ่านด่านศุลกากร และประเด็น ที่ว่าภาระการพิสูจน์ความผิดของจำเลยเป็นหน้าที่ของโจทก์ ที่จะต้องนำสืบ เพราะไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติ
ศุลกากร และฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าจะต้องมีเอกสารใบรับรอง การนำเข้า แบบ 32 มาแสดงประกอบการขนย้ายสินค้าดังกล่าว หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ,102 ตรีที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6,7,8 วรรคสองวางโทษปรับสี่เท่าของราคาของกลางราคา 656,400 บาท รวมค่า อากรราคา 393,840 บาท ด้วยแล้วเป็นเงิน 1,050,240 บาท คงปรับ 4,200,460 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังมีกำหนดสองปี
ยกคำขอนอกจากนี้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 103)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109)คำสั่งพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาของจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้ารายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลขายทอดตลาด โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าของกลางเป็นสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ และจำเลยมิได้แสดงพยานหลักฐานเป็นพิรุธ นั้น ล้วนเป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง