Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56220)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ในประเด็นที่ว่าของกลางเป็นสินค้า รายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลการขายทอดตลาด ของกลางของด่านศุลกากร และเป็นสินค้าที่จำเลยซื้อภายใน ราชอาณาจักรจึงมิใช่เป็นของต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ ที่ยังมิได้เสียภาษีและยังไม่ได้ผ่านด่านศุลกากร และประเด็น ที่ว่าภาระการพิสูจน์ความผิดของจำเลยเป็นหน้าที่ของโจทก์ ที่จะต้องนำสืบ เพราะไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร และฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าจะต้องมีเอกสารใบรับรอง การนำเข้า แบบ 32 มาแสดงประกอบการขนย้ายสินค้าดังกล่าว หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ,102 ตรีที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6,7,8 วรรคสองวางโทษปรับสี่เท่าของราคาของกลางราคา 656,400 บาท รวมค่า อากรราคา 393,840 บาท ด้วยแล้วเป็นเงิน 1,050,240 บาท คงปรับ 4,200,460 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังมีกำหนดสองปี ยกคำขอนอกจากนี้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 103)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109)คำสั่งพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาของจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้ารายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลขายทอดตลาด โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าของกลางเป็นสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ และจำเลยมิได้แสดงพยานหลักฐานเป็นพิรุธ นั้น ล้วนเป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 940/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสาหะ ยูโซะจำเลยนายสาหะ ยูโซะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ในประเด็นที่ว่าของกลางเป็นสินค้า รายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลการขายทอดตลาด ของกลางของด่านศุลกากร และเป็นสินค้าที่จำเลยซื้อภายใน ราชอาณาจักรจึงมิใช่เป็นของต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ ที่ยังมิได้เสียภาษีและยังไม่ได้ผ่านด่านศุลกากร และประเด็น ที่ว่าภาระการพิสูจน์ความผิดของจำเลยเป็นหน้าที่ของโจทก์ ที่จะต้องนำสืบ เพราะไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติ

ศุลกากร และฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าจะต้องมีเอกสารใบรับรอง การนำเข้า แบบ 32 มาแสดงประกอบการขนย้ายสินค้าดังกล่าว หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ,102 ตรีที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6,7,8 วรรคสองวางโทษปรับสี่เท่าของราคาของกลางราคา 656,400 บาท รวมค่า อากรราคา 393,840 บาท ด้วยแล้วเป็นเงิน 1,050,240 บาท คงปรับ 4,200,460 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 โดยให้กักขังมีกำหนดสองปี

ยกคำขอนอกจากนี้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 103)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109)คำสั่งพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาของจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้ารายเดียวกับที่จำเลยได้มาจากการประมูลขายทอดตลาด โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าของกลางเป็นสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดจากต่างประเทศ และจำเลยมิได้แสดงพยานหลักฐานเป็นพิรุธ นั้น ล้วนเป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้