Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56225)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์มีทั้งปัญหาในข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย และคดีนี้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่ง เป็นอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อัน ไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ อนึ่งคดีนี้พิพาทกันก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 แก้ไขใหม่ใช้บังคับฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกไปจากที่ดิน พิพาทโฉนดเลขที่ 8535 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรี และห้ามเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ต่อไป ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 1 ขอให้เรียกนายไพบูลย์พานิชเกษมและนางสาวลักขณาพานิชเกษม ทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 164)โจทก์ (ผู้ร้อง) จึงยื่นคำร้อง โดยเสียค่าคำร้องมา200 บาท (อันดับ 167)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาจะต้องบังคับ ตามกฎหมายในขณะที่มีการยื่นฎีกา ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาโต้แย้ง คัดค้านดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังพยานหลักฐาน ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย หรือไม่คดีของโจทก์เป็นทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท จึง ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้อง ที่เสียเกินมา 160 บาท มาให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 952/2536นายเฉ่ย พานิชเกษมฯโจทก์นายอำนวยหรือเจ๊กหรือผิว ศรีจันทร์ กับพวกจำเลยนายไพบูลย์ พานิชเกษมและนางสาวลักขณา พานิชเกษมผู้ยื่นคำร้องผู้ขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์มีทั้งปัญหาในข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย และคดีนี้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่ง เป็นอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อัน ไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

อนึ่งคดีนี้พิพาทกันก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 แก้ไขใหม่ใช้บังคับฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกไปจากที่ดิน พิพาทโฉนดเลขที่ 8535 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรี และห้ามเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ต่อไป ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 1 ขอให้เรียกนายไพบูลย์พานิชเกษมและนางสาวลักขณาพานิชเกษม ทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 164)โจทก์ (ผู้ร้อง) จึงยื่นคำร้อง โดยเสียค่าคำร้องมา200 บาท (อันดับ 167)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาจะต้องบังคับ ตามกฎหมายในขณะที่มีการยื่นฎีกา ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาโต้แย้ง คัดค้านดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังพยานหลักฐาน ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย หรือไม่คดีของโจทก์เป็นทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท จึง ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้อง ที่เสียเกินมา 160 บาท มาให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้