Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56244)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาไว้ ประเด็นสำคัญที่ฎีกาคือ คำเบิกความของนายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์และนายสะอาด รักคำมีพยานโจทก์ เบิกความต่อศาลแตกต่างกับคำให้การต่อพนักงานสอบสวนมีเหตุอันควรระแวงสงสัยและส่อไปในทางว่าจะเบิกความปรักปรำ จำเลย จึงไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง จำเลยที่ 1 ทราบว่าพยานโจทก์ ทั้งสองปากดังกล่าวเบิกความเท็จต่อศาล แต่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถ จะหาพยานมาหักล้างได้ ครั้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2536จำเลยที่ 1 ได้รับจดหมายจากนายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์ ลงวันที่12 เมษายน 2536 มีข้อความสำคัญว่า ที่ได้ไปเบิกความต่อศาลในคดีนี้ไม่เป็นความจริงปรากฏรายละเอียดตามภาพถ่ายจดหมายแนบท้ายคำร้อง ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ไปสอบถาม นายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์ ก็ยอมรับว่าเป็นจดหมายของตนและไปเบิกความต่อศาลเพราะมีผู้เสี้ยมสอน เนื่องจากนายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์และนายสะขาล รักคำมี พยานโจทก์ เป็นพยานสำคัญที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หาก จำเลยที่ 1 ได้นำพยานเข้าสืบเพิ่มเติมโดยอ้างต้นฉบับจดหมาย ดังกล่าวและเรียกให้พยานโจทก์มาเบิกความต่อศาลใหม่ก็จะได้ ความจริงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิด เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรมโปรดมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 สืบพยานเพิ่มเติม และเรียกพยานมาเบิกความต่อศาลใหม่ตามบัญชีพยานที่เสนอมา แนบท้ายคำร้อง หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 35(1),84 จำคุก 1 ปี และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 96) ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและได้ส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว (อันดับ 102) ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 109)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะสืบพยานใหม่หรือสืบพยานเพิ่มเติมให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1025/2536พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายบุญรวม จิตรคาม กับพวกจำเลยนายบุญรวม จิตรคาม จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 228ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาไว้ ประเด็นสำคัญที่ฎีกาคือ คำเบิกความของนายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์และนายสะอาด รักคำมีพยานโจทก์ เบิกความต่อศาลแตกต่างกับคำให้การต่อพนักงานสอบสวนมีเหตุอันควรระแวงสงสัยและส่อไปในทางว่าจะเบิกความปรักปรำ จำเลย จึงไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง จำเลยที่ 1 ทราบว่าพยานโจทก์ ทั้งสองปากดังกล่าวเบิกความเท็จต่อศาล แต่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถ จะหาพยานมาหักล้างได้ ครั้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2536จำเลยที่ 1 ได้รับจดหมายจากนายคำสิงห์

ศรีสวัสดิ์ ลงวันที่12 เมษายน 2536 มีข้อความสำคัญว่า ที่ได้ไปเบิกความต่อศาลในคดีนี้ไม่เป็นความจริงปรากฏรายละเอียดตามภาพถ่ายจดหมายแนบท้ายคำร้อง ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ไปสอบถาม นายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์ ก็ยอมรับว่าเป็นจดหมายของตนและไปเบิกความต่อศาลเพราะมีผู้เสี้ยมสอน เนื่องจากนายคำสิงห์ ศรีสวัสดิ์และนายสะขาล รักคำมี พยานโจทก์ เป็นพยานสำคัญที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หาก จำเลยที่ 1 ได้นำพยานเข้าสืบเพิ่มเติมโดยอ้างต้นฉบับจดหมาย ดังกล่าวและเรียกให้พยานโจทก์มาเบิกความต่อศาลใหม่ก็จะได้ ความจริงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิด เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรมโปรดมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 สืบพยานเพิ่มเติม และเรียกพยานมาเบิกความต่อศาลใหม่ตามบัญชีพยานที่เสนอมา แนบท้ายคำร้อง หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 35(1),84 จำคุก 1 ปี และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 96) ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและได้ส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว (อันดับ 102) ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 109)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะสืบพยานใหม่หรือสืบพยานเพิ่มเติมให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2566

การที่ผู้เสียหายทั้งหกมาเบิกความภายหลังแม้จะขัดแย้งกับคำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความชั้นสืบพยานก่อนฟ้อง แต่ก็เป็นการเบิกความเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างชัดว่ามีเหตุผลอย่างไรทำไมถึงให้การชั้นสอบสวนแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8379/2557

พยานหลักฐานที่ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 228 และพยานหลักฐานที่ศาลยอมให้คู่ความฝ่ายที่อ้างว่าคำเบิกความของพยานคนใดที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างมาไม่ควรเชื่อฟังนำมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2906/2556

การที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนอันเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่จะใช้อำนาจสืบพยานเองโดยพลการ ตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา 228 ให้อำนาจไว้ ทั้งศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2538

ผู้เสียหายกับพวกมีเครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันร้องรำทำเพลงอันมีลักษณะเตรียมการล่วงหน้ากันมาก่อนแล้วปลูกต้นกล้วยในทางที่รู้ว่าจำเลยกับพวกจะต้องผ่านเมื่อจำเลยกับพวกขอผ่านเพื่อกลับบ้านผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56321)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา ซึ่งหากคดีนี้ได้มีการนำนางล้วน ดิสสร ผู้ให้ถ้อยคำในชั้นพนักงานสอบสวนมาเบิกความประกอบ คดีย่อมกระจ่างและยุติได้ โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานปากดังกล่าวด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้