Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56248)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกา ของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้ไขอัตราโทษ และฐานความผิดเป็นการแก้ไขมาก คดีจึงมิต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก,66 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 10 ปีรวมจำคุก 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรก จำคุก 10 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ จำเลย ต่างฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ และไม่รับฎีกาของจำเลย (อันดับ 56,51)จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ให้รวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 55)คำสั่งจำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2536 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอ ให้ถือว่าทราบแล้ว" ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในวันนั้นเอง ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้น จำเลยเพิ่งยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2536 พ้นกำหนด สิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1101/2536พนักงานอัยการจังหวัดลำปางโจทก์นายบุญธรรม แก้วปานจำเลยนายบุญธรรม แก้วปาน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกา ของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้ไขอัตราโทษ และฐานความผิดเป็นการแก้ไขมาก คดีจึงมิต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก,66 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 10 ปีรวมจำคุก 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรก จำคุก 10 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ จำเลย ต่างฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ และไม่รับฎีกาของจำเลย (อันดับ 56,51)จำเลยยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ให้รวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 55)คำสั่งจำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2536 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอ ให้ถือว่าทราบแล้ว" ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในวันนั้นเอง ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้น จำเลยเพิ่งยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2536 พ้นกำหนด สิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13649/2557

ขณะที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา เพื่อขอให้ส่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปให้อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นยังไม่อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แต่เมื่อศาลชั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้