Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56251)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุด คดีต้องห้ามฎีกาคำสั่ง จึงไม่รับฎีกาคำสั่งจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน จำเลยย่อมฎีกาต่อศาลฎีกาได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยและอนุญาต ให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 105 แผ่นที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,340,590.97 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 1,000,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้องวันที่ 14 มกราคม 2531) จนกว่า จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าจำเลยเป็นคนจากจนไม่มีเงินเสียค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลภายใน 15 วันมิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสีย ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน กำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ (อันดับ 94)จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1109/2536ธนาคารกรุงเทพ จำกัดฯโจทก์นางวนิดา ศักดิ์ศิลาพรจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุด คดีต้องห้ามฎีกาคำสั่ง จึงไม่รับฎีกาคำสั่งจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน จำเลยย่อมฎีกาต่อศาลฎีกาได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยและอนุญาต ให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 105 แผ่นที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,340,590.97 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 1,000,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้องวันที่ 14 มกราคม 2531) จนกว่า

จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าจำเลยเป็นคนจากจนไม่มีเงินเสียค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลภายใน 15 วันมิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสีย ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน กำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ (อันดับ 94)

จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2561

จำเลยต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 แต่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้ยื่นได้ภายในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตาม ป.วิ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้