คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1109/2536ธนาคารกรุงเทพ จำกัดฯโจทก์นางวนิดา ศักดิ์ศิลาพรจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 156ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุด คดีต้องห้ามฎีกาคำสั่ง จึงไม่รับฎีกาคำสั่งจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน จำเลยย่อมฎีกาต่อศาลฎีกาได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยและอนุญาต ให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 105 แผ่นที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,340,590.97 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 1,000,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้องวันที่ 14 มกราคม 2531) จนกว่า
จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าจำเลยเป็นคนจากจนไม่มีเงินเสียค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลภายใน 15 วันมิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสีย ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน กำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ (อันดับ 94)
จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง