Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56254)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ผู้ร้องเห็นว่าฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสี่มีประเด็นโต้เถียงเพียงประเด็นเดียวว่าผู้คัดค้านได้นำสืบว่า ผู้ครอบครองทั้ง 10 คนได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยมาขออาศัยทำกินจากผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้แล้วจริงหรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และไม่มีสาระสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอท่านรองประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย โปรดมีคำสั่งว่า ฎีกาของ ผู้คัดค้านทั้งสี่ทุกข้อไม่มีสาระอันควรได้รับการพิจารณา พิพากษาจากศาลฎีกาด้วยหมายเหตุ ผู้คัดค้านทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 159)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่าที่ดินพิพาท เนื้อที่4 ไร่ 3 งาน 51 เศษหนึ่งส่วนสิบ ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทรงศักดิ์จงกลนี ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่มีการรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง รับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสี่ (อันดับ 142)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 149)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยเชื่อพยานของผู้ร้องว่า ผู้ร้อง รับช่วงสิทธิครอบครองปรปักษ์มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แต่ผู้ร้องคัดค้านได้คัดค้านมาแต่ต้นว่า ผู้ครอบครองก่อนผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยขออาศัย สิทธิของผู้คัดค้านในชั้นพิจารณาผู้คัดค้านไม่ได้ถามค้านพยานผู้ร้อง ไว้แล้ว ผู้คัดค้านนำพยานบุคคลเข้าสืบ ซึ่งผู้ร้อง คัดค้าน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าคำพยานบุคคลของผู้คัดค้าน ในประเด็นนี้รับฟังไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 49 วรรคสอง ฎีกาของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็น ข้อเท็จจริง อันเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีโดยตรง เมื่อผู้พิพากษา ที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาได้ ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้คัดค้านไว้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1117/2536นายทรงศักดิ์ จงกลนีผู้ร้องนายสุเจตน์ ชินวัตรผู้คัดค้านนายทรงศักดิ์ จงกลนี ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ผู้ร้องเห็นว่าฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสี่มีประเด็นโต้เถียงเพียงประเด็นเดียวว่าผู้คัดค้านได้นำสืบว่า ผู้ครอบครองทั้ง 10 คนได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยมาขออาศัยทำกินจากผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้แล้วจริงหรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และไม่มีสาระสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอท่านรองประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย โปรดมีคำสั่งว่า ฎีกาของ ผู้คัดค้านทั้งสี่ทุกข้อไม่มีสาระอันควรได้รับการพิจารณา พิพากษาจากศาลฎีกาด้วยหมายเหตุ ผู้คัดค้านทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 159)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่าที่ดินพิพาท

เนื้อที่4 ไร่ 3 งาน 51 เศษหนึ่งส่วนสิบ ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทรงศักดิ์จงกลนี ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่มีการรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง รับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสี่ (อันดับ 142)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 149)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยเชื่อพยานของผู้ร้องว่า ผู้ร้อง รับช่วงสิทธิครอบครองปรปักษ์มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แต่ผู้ร้องคัดค้านได้คัดค้านมาแต่ต้นว่า ผู้ครอบครองก่อนผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยขออาศัย สิทธิของผู้คัดค้านในชั้นพิจารณาผู้คัดค้านไม่ได้ถามค้านพยานผู้ร้อง

ไว้แล้ว ผู้คัดค้านนำพยานบุคคลเข้าสืบ ซึ่งผู้ร้อง คัดค้าน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าคำพยานบุคคลของผู้คัดค้าน ในประเด็นนี้รับฟังไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 49 วรรคสอง ฎีกาของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็น ข้อเท็จจริง อันเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีโดยตรง เมื่อผู้พิพากษา ที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาได้ ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้คัดค้านไว้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้