Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56261)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมา โดยสุจริตมีค่าตอบแทน จะเพิกถอนเสียมิได้ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลา การบังคับของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินเฉพาะส่วนตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 65 ตำบลไทยเจริญ(ปัจจุบันเป็นตำบลแหลมทอง) อำเภอหนองบุนนากจังหวัดนครราชสีมา ด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษตามแผนที่พิพาทหมาย จ.ล.1 ในกรอบเส้นสีม่วงและสีน้ำตาล และนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองเฉพาะในส่วน ที่พิพาทตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนแบ่งแยก โอนที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดง เจตนาของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียจำเลยทั้งสองฎีกา โดยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี นี้มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาข้อเท็จจริง ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 71,70)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโมฆะจำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต มีค่าตอบแทนจะเพิกถอนเสียมิได้ เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว และเมื่อมีคำสั่งไม่รับฎีกาก็ไม่จำต้องพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยทั้งสอง อีก ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1145/2536นางพิมพ์ มีไม้ดีโจทก์นางสงวน เที่ยงมน กับพวกจำเลยนางสงวน เที่ยงมน ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางลำจวนหรือรำจวน รัตนจันทร์หรือเที่ยงกระโทก ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมา โดยสุจริตมีค่าตอบแทน จะเพิกถอนเสียมิได้ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลา การบังคับของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินเฉพาะส่วนตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 65 ตำบลไทยเจริญ(ปัจจุบันเป็นตำบลแหลมทอง) อำเภอหนองบุนนากจังหวัดนครราชสีมา

ด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษตามแผนที่พิพาทหมาย จ.ล.1 ในกรอบเส้นสีม่วงและสีน้ำตาล และนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองเฉพาะในส่วน ที่พิพาทตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนแบ่งแยก โอนที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดง เจตนาของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียจำเลยทั้งสองฎีกา โดยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี นี้มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาข้อเท็จจริง ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 71,70)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งฎีกาของจำเลยที่ว่า

นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโมฆะจำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต มีค่าตอบแทนจะเพิกถอนเสียมิได้ เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว และเมื่อมีคำสั่งไม่รับฎีกาก็ไม่จำต้องพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยทั้งสอง อีก ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2553

ค่าทนายความที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ชำระแก่จำเลยที่ 1 เป็นความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หาใช่หนี้ตามคำพิพากษาในเนื้อหาคดี อันโจทก์จะพึงมีสิทธิยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8228/2538

หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทำขึ้นเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นกา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56110)

ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแล้วผู้ร้องจะฎีกาคำสั่งไม่ได้จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งประการใดแล้วค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56105)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่งให้ ทุเลาการบังคับหรือไม่เป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องแล้ว จึงต้องห้ามฎีกา กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ มาตรา 228(2) จึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้