Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 562689)

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์รวม 7 คน สวมชุดพนักงานของจำเลยเล่นการพนันหลังจากเลิกงาน ณ สถานที่ภายนอกที่ทำการของจำเลย แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม แม้การกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจำเลยอยู่บ้าง แต่ผู้เสื่อมเสียจากการกระทำนั้นโดยตรงคือโจทก์รวม 7 คน นั่นเอง ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

รายชื่อโจทก์ปรากฏตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 1

คดีทั้งเก้าสำนวนนี้ ศาลแรงงานภาค 1 สั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 และเรียกจำเลยทั้งเก้าสำนวนว่าจำเลย โจทก์ทั้งเก้าสำนวนฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมทั้งดอกเบี้ยและเงินโบนัสตามฟ้องโจทก์แต่ละคน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 1 โจทก์ที่ 5 และที่ 8 รวม 2 คน ขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 อนุญาต เหลือโจทก์รวม 7 คน ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 60,240 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 53,520 บาท โจทก์ที่ 6 จำนวน 53,666 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 38,968 บาท และโจทก์ที่ 9 จำนวน 5,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 2 ธันวาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจ้างโจทก์รวม 7 คน เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2543 วันที่ 21 พฤษภาคม 2550 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 วันที่ 19 ตุลาคม 2545 วันที่ 21 สิงหาคม 2545 วันที่ 5 มิถุนายน 2543 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามฟ้อง กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 โจทก์รวม 7 คน กับพวกเล่นการพนันไฮโล ที่ห้องโต๊ะสนุกเกอร์ของร้านอาหารคุ้มนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาถูกเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมและแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า แล้ววินิจฉัยว่า

โจทก์รวม 7 คน ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในขณะที่เล่นการพนันไฮโลซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวอยู่ภายนอกบริษัทจำเลย ถึงแม้โจทก์รวม 7 คน จะกระทำความผิดระเบียบของจำเลยที่ระบุว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนให้พนักงานอื่นทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม ถือว่าโจทก์รวม 7 คน บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง และกระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยผู้เป็นนายจ้างจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 โจทก์รวม 7 คน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การกระทำผิดระเบียบดังกล่าวไม่เป็นการกระทำความผิดในกรณีร้ายแรง จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2551 มาตรา 119 โจทก์รวม 7 คน จึงได้รับค่าชดเชย จำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยมีสาเหตุที่สมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้าง ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์รวม 7 คน หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของโจทก์รวม 7 คน เป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก และศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาลงโทษปรับโจทก์รวม 7 คน ขณะเล่นการพนันโจทก์รวม 7 คน สวมเครื่องแบบพนักงาน โจทก์รวม 7 คน รู้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานดีว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนพนักงานอื่นกระทำการใด ๆ ที่ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตามระเบียบในการทำงานข้อย่อยที่ 1.11 และ 1.44 แต่กลับชักชวนกันเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้

ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อโจทก์รวม 7 คน ถูกควบคุมตัวทำให้จำเลยเสียหายจากการขาดแรงงานจากโจทก์รวม 7 คน จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน นั้น เห็นว่า โจทก์รวม 7 คน เล่นการพนันไฮโลหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวก็อยู่ภายนอกบริษัทจำเลย แม้การกระทำของโจทก์รวม 7 คน จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจำเลยอยู่บ้าง แต่ผู้ที่เสื่อมเสียจากการกระทำดังกล่าวโดยตรงก็คือโจทก์รวม 7 คน นั่นเอง ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์รวม 7 คน ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา บุญชู · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 1 - นายองอาจ แน่นหนา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร727-732/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ345/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ62/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2565

ตามกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานพนักงานรายเดือนและพนักงานรายวัน ข้อ 9 วินัยในการปฏิบัติงาน ข้อย่อยที่ 18 กำหนดว่า "ห้ามพนักงานทุกคนนํายาเสพติดผิดกฎหมาย.... เข้ามาในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน และพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3458/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งตามมาตรา 45 วรรคสอง กำหนดให้การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้อุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4030/2561

แม้จำเลยที่ 1 มีอำนาจยุบรวมแผนกการเงินและแผนกบัญชีเข้าด้วยกันเป็นแผนกการเงินและบัญชีตามมติของคณะกรรมการบริหารของจำเลยที่ 1 เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับเกี่ย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้