Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56272)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 3 แล้ว เป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ตามคำให้การของผู้เสียหายควรจะเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ฐานกระทำอนาจาร ประเด็น ดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278, 318 วรรคสาม,83 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษ ให้กึ่งหนึ่ง ความผิดตามมาตรา 318 วรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278 เป็นกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง อันเป็น บทหนักตามมาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ 3 ในข้อหาฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 122)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 โดยตลอดแล้ว สรุปความ ตามฎีกาจำเลยที่ 3 ได้ว่า ตามพฤติการณ์การกระทำ ของจำเลยที่ 3 ที่ผู้เสียหายเบิกความจำเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหาย เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เสร็จแล้ว จำเลยที่ 3 เพียงเข้าไปกอดจูบผู้เสียหายโดย จำเลยที่ 3 ไม่ได้ถอดเสื้อและกางเกงแต่อย่างใด การกระทำของ จำเลยที่ 3 เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น การพิจารณาการกระทำความผิด ต้องพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริง เป็นสำคัญ การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำเบิกความของผู้เสียหายปรักปรำจำเลยที่ 3 ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 3 ได้นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่าขณะจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยที่ 3 จับมือ กดบ่า ผู้เสียหายไว้ไม่ให้ดิ้น เป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายฎีกาจำเลยที่ 3 โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวของ ศาลล่างทั้งสอง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 3 โต้แย้งว่า เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา จำเลยที่ 3 ชอบด้วยความเห็นศาลฎีกาแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1189/2536พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์โจทก์นายศักดา บัวราช กับพวกจำเลยนายณัฐวุฒิ จันทรี จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 3 แล้ว เป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ตามคำให้การของผู้เสียหายควรจะเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ฐานกระทำอนาจาร ประเด็น ดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278, 318 วรรคสาม,83 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษ ให้กึ่งหนึ่ง ความผิดตามมาตรา 318 วรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278 เป็นกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง อันเป็น บทหนักตามมาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ 3 ในข้อหาฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 122)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 โดยตลอดแล้ว สรุปความ ตามฎีกาจำเลยที่ 3 ได้ว่า ตามพฤติการณ์การกระทำ ของจำเลยที่ 3 ที่ผู้เสียหายเบิกความจำเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหาย เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เสร็จแล้ว จำเลยที่ 3 เพียงเข้าไปกอดจูบผู้เสียหายโดย จำเลยที่ 3 ไม่ได้ถอดเสื้อและกางเกงแต่อย่างใด การกระทำของ จำเลยที่ 3 เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น การพิจารณาการกระทำความผิด ต้องพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริง เป็นสำคัญ การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำเบิกความของผู้เสียหายปรักปรำจำเลยที่ 3 ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 3 ได้นั้น

เห็นว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่าขณะจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยที่ 3 จับมือ กดบ่า ผู้เสียหายไว้ไม่ให้ดิ้น เป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายฎีกาจำเลยที่ 3 โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวของ ศาลล่างทั้งสอง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 3 โต้แย้งว่า เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา จำเลยที่ 3 ชอบด้วยความเห็นศาลฎีกาแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้