คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1432/2536นายชลอ บัวมาโจทก์นายแสง แซ่ลิ้มจำเลยนายสมนึก นิลผาย ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า
โจทก์ฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงและคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า กรณีพิพาทในคดีนี้ เป็นกรณีที่โจทก์ฎีกาคัดค้าน คำสั่งศาลที่สั่งหลังจากได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่เกี่ยวข้องกับทุนทรัพย์ที่พิพาท และไม่มีกฎหมายใดบัญญัติห้ามฎีกาไว้ ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์ฎีกาก็เป็นปัญหาอันควรสู่ศาลสูงวินิจฉัยเพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ตีความในคำพิพากษาของศาล โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 276)คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยคืนรถแทรกเตอร์แก่โจทก์หรือใช้ราคา
ศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำเลยคืนรถแทรกเตอร์แก่โจทก์หรือใช้ราคา 150,000 บาทจำเลยขอปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยวิธีคืนรถแทรกเตอร์แก่โจทก์แต่โจทก์ไม่ยอมรับ อ้างว่ารถที่จำเลยส่งมอบมีสภาพ ที่ไม่สามารถใช้การได้ และไม่อาจซ่อมให้ใช้การได้ จำเลยโต้แย้ง ว่า รถที่ส่งมอบมีสภาพเช่นเดียวกับเมื่อก่อนโจทก์ฟ้องคดีศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยถูกต้องแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 1
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 273)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 274)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อข้อเท็จจริงใน ชั้นไต่สวนฟังได้ว่าสภาพรถเสื่อมลงจนจำเลยไม่สามารถคืนใน สภาพขณะยื่นฟ้องได้จำเลยต้องใช้ราคาตามที่คำพิพากษากำหนด อันเป็นการแปลความคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป