Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56312)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา บัดนี้โจทก์และทนายโจทก์ คือนายชาญเรืองปราชญ์ มีความเห็นไม่ตรงกัน จึงขอถอนทนายความของโจทก์ และเนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงกับโจทก์ว่าจะนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ โดยขอให้โจทก์ ทำคำร้องขอถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 คำร้องลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 และหนังสือสัญญาประนีประนอม ยอมความลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงิน มาชำระหนี้โจทก์ โจทก์จึงขอยกเลิกคำร้องขอถอนการบังคับคดี คำร้องและสัญญาประนีประนอมยอมความทั้งสามฉบับดังกล่าว และโจทก์เคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 แต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกับโจทก์ไว้ จึงขอยกเลิกคำร้อง ฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 โดยขอให้บังคับคดีกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่อไป โปรดอนุญาตหมายเหตุ นายชาญเรืองปราชญ์ ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 แถลงคัดค้าน และร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่10 พฤศจิกายน 2535 ต่อไป (อันดับ 258 แผ่นที่ 3)คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันผ่อนชำระเงิน 6,263,986 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสาม ไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จึงขอให้บังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และอายัด สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้หยิบยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่และยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้กับขอให้ถอนการอายัดเงิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ กับให้ยกคำร้องขอให้ถอนการอายัด แต่ให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนเพื่อรอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 227,229)ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ กับโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง (อันดับ 236 แผ่นที่ 2,238,237)ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เนื่องจากตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 เป็นการที่จำเลยทั้งสองในคดีนี้ตกลงถอนฟ้องคดีอาญา ซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวที่มีพนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นโจทก์ จำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นโจทก์ร่วม ซึ่งกรณีเช่นนี้ ไม่อาจกระทำได้ จึงให้ศาลชั้นต้นสั่งให้คู่ความจัดทำ สัญญาประนีประนอมยอมความมาใหม่ให้ชอบด้วยกฎหมาย แล้วให้ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งคู่ความลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอม ยอมความต่อหน้าตน ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของคู่ความท้าย สัญญาประนีประนอมยอมความด้วย เสร็จแล้วให้ส่งสัญญาประนีประนอม ยอมความและสำนวนคืนไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว (อันดับ 241)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฟังแล้วและสั่งนัดพร้อมเพื่อให้คู่ความนำสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ได้จัดทำขึ้นใหม่มาเสนอศาลโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 253)อนึ่งไม่ปรากฏคำร้องของ โจทก์ฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 ในสำนวนคำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ขอถอนทนายความนั้น อนุญาต ให้ ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้ทนายโจทก์ทราบด้วย และที่โจทก์ขอถอน คำร้องที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามยอมตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ส่งมาพร้อมกับคำร้องดังกล่าวนั้น ศาลชั้นต้นแจ้งให้จำเลย ทั้งสองทราบแล้ว ซึ่งจำเลยทั้งสองได้แถลงว่า เมื่อโจทก์ขอถอน การประนีประนอมยอมความทางฝ่ายจำเลยก็ไม่ประสงค์ที่จะทำยอม กับโจทก์อีกต่อไป เมื่อจำเลยทั้งสองแถลงเช่นนี้ย่อมถือได้ว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความที่ โจทก์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามยอมกันแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องภายหลังอ้างว่า ตามคำแถลงของจำเลยทั้งสอง จำเลย ทั้งสองเพียงไม่ประสงค์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ ศาลฎีกาสั่งให้ทำใหม่เท่านั้น จำเลยทั้งสองยังประสงค์จะทำ สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับเดิมอยู่ เห็นว่า ตามคำแถลงของ จำเลยทั้งสองดังกล่าวข้างต้นไม่อาจแปลความเช่นนั้นได้ เมื่อ โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนคำร้องได้ ส่วนที่โจทก์ขอถอนคำร้องขอถอน การบังคับคดีนั้น คำร้องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่ง มิใช่หน้าที่ของศาลฎีกา จึงให้คืนคำร้องของ โจทก์ ในส่วนนี้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1437/2536นายเกียรติชัย เคารพไมตรีโจทก์บริษัทกำแพงเพชรอาหารสัตว์ จำกัด กับพวกจำเลยนายเกียรติชัย เคารพไมตรี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 295ความว่า คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา บัดนี้โจทก์และทนายโจทก์ คือนายชาญเรืองปราชญ์ มีความเห็นไม่ตรงกัน จึงขอถอนทนายความของโจทก์ และเนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงกับโจทก์ว่าจะนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ โดยขอให้โจทก์ ทำคำร้องขอถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 คำร้องลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 และหนังสือสัญญาประนีประนอม ยอมความลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงิน มาชำระหนี้โจทก์

โจทก์จึงขอยกเลิกคำร้องขอถอนการบังคับคดี คำร้องและสัญญาประนีประนอมยอมความทั้งสามฉบับดังกล่าว และโจทก์เคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 แต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกับโจทก์ไว้ จึงขอยกเลิกคำร้อง ฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 โดยขอให้บังคับคดีกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่อไป โปรดอนุญาตหมายเหตุ นายชาญเรืองปราชญ์ ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 แถลงคัดค้าน และร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่10 พฤศจิกายน 2535 ต่อไป (อันดับ 258 แผ่นที่ 3)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันผ่อนชำระเงิน 6,263,986 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสาม ไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จึงขอให้บังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และอายัด สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้หยิบยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่และยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้กับขอให้ถอนการอายัดเงิน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ กับให้ยกคำร้องขอให้ถอนการอายัด แต่ให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนเพื่อรอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 227,229)ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ กับโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง (อันดับ 236 แผ่นที่ 2,238,237)ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เนื่องจากตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 เป็นการที่จำเลยทั้งสองในคดีนี้ตกลงถอนฟ้องคดีอาญา ซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวที่มีพนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นโจทก์ จำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นโจทก์ร่วม ซึ่งกรณีเช่นนี้ ไม่อาจกระทำได้ จึงให้ศาลชั้นต้นสั่งให้คู่ความจัดทำ สัญญาประนีประนอมยอมความมาใหม่ให้ชอบด้วยกฎหมาย แล้วให้ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งคู่ความลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอม ยอมความต่อหน้าตน ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของคู่ความท้าย สัญญาประนีประนอมยอมความด้วย เสร็จแล้วให้ส่งสัญญาประนีประนอม ยอมความและสำนวนคืนไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว (อันดับ 241)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฟังแล้วและสั่งนัดพร้อมเพื่อให้คู่ความนำสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ได้จัดทำขึ้นใหม่มาเสนอศาลโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 253)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งไม่ปรากฏคำร้องของ โจทก์ฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 ในสำนวนคำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ขอถอนทนายความนั้น อนุญาต ให้ ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้ทนายโจทก์ทราบด้วย และที่โจทก์ขอถอน คำร้องที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามยอมตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ส่งมาพร้อมกับคำร้องดังกล่าวนั้น ศาลชั้นต้นแจ้งให้จำเลย ทั้งสองทราบแล้ว ซึ่งจำเลยทั้งสองได้แถลงว่า เมื่อโจทก์ขอถอน การประนีประนอมยอมความทางฝ่ายจำเลยก็ไม่ประสงค์ที่จะทำยอม กับโจทก์อีกต่อไป เมื่อจำเลยทั้งสองแถลงเช่นนี้ย่อมถือได้ว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความที่ โจทก์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามยอมกันแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องภายหลังอ้างว่า ตามคำแถลงของจำเลยทั้งสอง

จำเลย ทั้งสองเพียงไม่ประสงค์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ ศาลฎีกาสั่งให้ทำใหม่เท่านั้น จำเลยทั้งสองยังประสงค์จะทำ สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับเดิมอยู่ เห็นว่า ตามคำแถลงของ จำเลยทั้งสองดังกล่าวข้างต้นไม่อาจแปลความเช่นนั้นได้ เมื่อ โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนคำร้องได้ ส่วนที่โจทก์ขอถอนคำร้องขอถอน การบังคับคดีนั้น คำร้องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะสั่ง มิใช่หน้าที่ของศาลฎีกา จึงให้คืนคำร้องของ โจทก์ ในส่วนนี้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุเพียงว่าโจทก์ตกลงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 14535 ตามแผนที่พิพาทท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความที่อยู่ทิศเหนือเส้นสีน้ำเงินให้แก่จำเลย โดยจำเลยต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5437/2567

ประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ระบุเงื่อนไขการเข้าเสนอราคาให้ชัดแจ้งว่า ผู้เข้าเสนอราคาที่เป็นผู้มีสิทธิขอหักส่วนได้ใช้แทนนั้นต้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือที่ดินที่ขายตามคำชี้ขาดของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้