Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56313)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อฎีกาของจำเลยทั้งห้าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ และต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และ 249จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าเห็นว่า จำเลยทั้งห้าได้ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับ วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้า ด้วยกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลย ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2961ตำบลมะอึอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์มีชื่อถือสิทธิเพียงผู้เดียว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ของที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ห้ามจำเลย ทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะนางตู้ไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ นางตู้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นไม่รับเป็นฎีกาเพราะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงชอบแล้ว ให้ยกฎีกาจำเลยทั้งห้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1447 - 1449/2536นางสมัย แหลมฉลาดหรือจตุเทนโจทก์นายสมร โพธินาม กับพวกจำเลยนายสมร โพธินาม กับพวก

จำเลยทั้งห้าผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อฎีกาของจำเลยทั้งห้าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ และต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และ 249จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าเห็นว่า จำเลยทั้งห้าได้ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับ วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้า ด้วยกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลย ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2961ตำบลมะอึอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์มีชื่อถือสิทธิเพียงผู้เดียว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ของที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ห้ามจำเลย ทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะนางตู้ไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ นางตู้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นไม่รับเป็นฎีกาเพราะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงชอบแล้ว ให้ยกฎีกาจำเลยทั้งห้า

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้