Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56319)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งห้ายังไม่เข้าใจคำพิพากษาศาลฎีกาในหน้าที่ 15 ย่อหน้าแรกที่ว่าพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรกจำคุกคนละ 1 ปี ให้จำเลยทั้งห้าคืนทรัพย์ 5 รายการที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 2,754 บาทแก่เจ้าของ ส่วนอาวุธปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียน กท.723743 และกระสุนปืน .38 จำนวน 5 นัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้กระทำความผิด ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอศาลฎีกาโปรดอธิบายด้วยว่าที่ว่าพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก จำคุก 1 ปี นั้นศาลฎีกาให้โอกาสจำเลยทั้งห้าได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3ด้วยหรือไม่หรือมีเจตนาจะลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 ปีโดยไม่รอการลงโทษไว้ ขอศาลฎีกาได้โปรดตีความให้ชัดแจ้งด้วยโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2,340 ตรีให้จำคุกคนละ 18 ปี เฉพาะจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 23 จำคุกอีก 3 เดือนจำเลยที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 72 จำคุกคนละ 6 เดือน และมาตรา 72 ทวิจำคุกอีกคนละ 4 เดือน รวมทุกกรรมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 18 ปี 3 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 18 ปี 10 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 คนละ 18 ปี และจำคุกจำเลยที่ 5 กำหนด 18 ปี 10 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6,23จำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3,6,7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 5 คนละ 10 เดือน เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งห้าในความผิดฐานปล้นทรัพย์ กับจำเลยทั้งห้าไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก จำคุกคนละ 1 ปีให้จำเลยทั้งห้าคืนทรัพย์ 5 รายการ ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 2,754 บาท แก่เจ้าของ ส่วนอาวุธปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียน กท.723743 และกระสุนปืน .38 จำนวน 5 นัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้การกระทำความผิด ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 230 แผ่นที่ 2)คำสั่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 5 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้นก็เฉพาะในความผิดซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 5 ในคำพิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิพากษาแก้โดยเพิ่มฐานความผิดแก่จำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7) วรรคแรก ด้วย และศาลฎีกามิได้รอการลงโทษจำเลยทั้งห้าในฐานความผิดนี้แต่อย่างใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1475/2536พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์ร้อยตำรวจตรีธำรงหรือรง ธนูทอง กับพวกจำเลยนายกฤษณะ สิริยะเสถียร ทนายจำเลยทั้งห้าผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 191ความว่า จำเลยทั้งห้ายังไม่เข้าใจคำพิพากษาศาลฎีกาในหน้าที่ 15 ย่อหน้าแรกที่ว่าพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรกจำคุกคนละ 1 ปี ให้จำเลยทั้งห้าคืนทรัพย์ 5 รายการที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 2,754 บาทแก่เจ้าของ ส่วนอาวุธปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียน กท.723743 และกระสุนปืน .38 จำนวน 5 นัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้กระทำความผิด ให้คืนแก่เจ้าของ

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอศาลฎีกาโปรดอธิบายด้วยว่าที่ว่าพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก จำคุก 1 ปี นั้นศาลฎีกาให้โอกาสจำเลยทั้งห้าได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3ด้วยหรือไม่หรือมีเจตนาจะลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 ปีโดยไม่รอการลงโทษไว้ ขอศาลฎีกาได้โปรดตีความให้ชัดแจ้งด้วยโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2,340 ตรีให้จำคุกคนละ 18 ปี เฉพาะจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม

พ.ศ. 2498 มาตรา 23 จำคุกอีก 3 เดือนจำเลยที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 72 จำคุกคนละ 6 เดือน และมาตรา 72 ทวิจำคุกอีกคนละ 4 เดือน รวมทุกกรรมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 18 ปี 3 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 18 ปี 10 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 คนละ 18 ปี และจำคุกจำเลยที่ 5 กำหนด 18 ปี 10 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6,23จำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3,6,7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 6 เดือน

ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 5 คนละ 10 เดือน เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งห้าในความผิดฐานปล้นทรัพย์ กับจำเลยทั้งห้าไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก

จำคุกคนละ 1 ปีให้จำเลยทั้งห้าคืนทรัพย์ 5 รายการ ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 2,754 บาท แก่เจ้าของ ส่วนอาวุธปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียน กท.723743 และกระสุนปืน .38 จำนวน 5 นัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้การกระทำความผิด ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 230 แผ่นที่ 2)คำสั่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 5 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้นก็เฉพาะในความผิดซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 5 ในคำพิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิพากษาแก้โดยเพิ่มฐานความผิดแก่จำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7) วรรคแรก ด้วย และศาลฎีกามิได้รอการลงโทษจำเลยทั้งห้าในฐานความผิดนี้แต่อย่างใด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2563

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยอ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 518454)

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลยแล้ว หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยก็ชอบที่จะยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อให้เป็นไปตามลำดับชั้นศาล เมื่อพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2530

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เงินเหรียญของผู้เสียหายรวมเป็นเงิน 110,000 บาท หรือรับของโจรเงินเหรียญของผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากจำเลยรวมเป็นเงิน22,300 บาท และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2504

ศาลชั้นต้นอ่านต้นร่างคำพิพากษาให้ลงโทษและริบของกลางแล้ว ในสารบบคำพิพากษาก็ลงว่า ริบของกลาง แต่เวลาพิมพ์คำพิพากษาพิมพ์ตกข้อความไม่มีว่า ริบของกลาง โจทก์ร้องขอให้ศาลชั้นต้นอธิบายคำพิพากษาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2501

เมื่อมีคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับเขตที่ดินของโจทก์จำเลยและคู่ความตกลงกันให้แก้แผนที่หลังโฉนดศาลได้จดข้อตกลงไว้ในรายงานพิจารณา และแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว โจทก์จะกลับมาขอถอนการแสดงเจตนานั้นโดยอ้าง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้