Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56329)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับศาลโจทก์ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้มีคำพิพากษายืนลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วแต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งใหม่ว่าคดีระงับและให้ปล่อยตัวจำเลยไปเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคดีระงับดังกล่าวมิใช่เป็นคำสั่งในฐานะศาลชั้นต้นตามปกติ แต่เป็นการสั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1การที่โจทก์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเท่ากับเป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114,115)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยใช้เงินที่ฉ้อโกงไปจำนวน 79,600 บาทแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้โจทก์ จำเลยและผู้เสียหายฟังแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับลง ให้ปล่อยตัวจำเลยไปได้โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 112)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คำพิพากษาย่อมถึงที่สุด ผู้เสียหายไม่มีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจำเลย เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ เนื่องจากผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ นั้น เป็นการแก้ไขคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งคำสั่งตามปกติของศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไปตามอำนาจที่มีอยู่ มิได้สั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1โจทก์จึงต้องอุทธรณ์ฎีกา ขึ้นมาตามลำดับศาล จะฎีกาตรงมายังศาลฎีกาเลยไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1506/2536พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมาโจทก์นายธนาวัฒน์ แย้มผะกาจำเลยพนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับศาลโจทก์ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้มีคำพิพากษายืนลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วแต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งใหม่ว่าคดีระงับและให้ปล่อยตัวจำเลยไปเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคดีระงับดังกล่าวมิใช่เป็นคำสั่งในฐานะศาลชั้นต้นตามปกติ แต่เป็นการสั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1การที่โจทก์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเท่ากับเป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114,115)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยใช้เงินที่ฉ้อโกงไปจำนวน 79,600 บาทแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้โจทก์ จำเลยและผู้เสียหายฟังแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับลง ให้ปล่อยตัวจำเลยไปได้โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 112)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คำพิพากษาย่อมถึงที่สุด

ผู้เสียหายไม่มีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจำเลย เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ เนื่องจากผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ นั้น เป็นการแก้ไขคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งคำสั่งตามปกติของศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไปตามอำนาจที่มีอยู่ มิได้สั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1โจทก์จึงต้องอุทธรณ์ฎีกา ขึ้นมาตามลำดับศาล จะฎีกาตรงมายังศาลฎีกาเลยไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้