Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56335)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 20 มิถุนายน 2536 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์หยุดราชการ มีสิทธิยื่นได้ในวันที่ 21 มิถุนายน 2536 แต่มายื่นในวันนี้เกินกว่ากำหนดฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถ่ายสำเนา เอกสารประกอบในการเขียนฎีกาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2536 แต่เพิ่งได้รับเอกสารดังกล่าวเมื่อใกล้ครบกำหนดยื่นฎีกา และทนายจำเลยเกิดเจ็บป่วยลง จำเลยทั้งสองจึงไม่สามารถ ยื่นฎีกาได้ในกำหนด ส่วนคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาลงวันที่ 23 มิถุนายน 2536 เนื่องจากทนายจำเลยเร่ง รีบมายื่นฎีกา ถึงมิได้นำคำร้องดังกล่าวมายื่นพร้อมฎีกา มิได้มีเจตนาจะ ไม่ยื่นคำร้องดังกล่าว ประกอบกับฎีกาของจำเลยมีทางชนะคดี โจทก์ได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์, โจทก์ร่วม ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายวิเชียรธุระมะฉัยยาผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบมาตรา 362 ลงโทษจำคุก จำเลยคนละ 2 ปี และปรับคนละ 7,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก จำเลยคนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 116)ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องลงวันที่ 23 มิถุนายน 2536ขออนุญาตยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม (อันดับ 107)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองฟัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคแรกต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1550/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายวิเชียร ธุระมะฉัยยาโจทก์นายสำราญ สีเหลือง กับพวกจำเลยนายสำราญ สีเหลือง ที่ 1 นายหอมหวล จันทร์กลัด ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 20 มิถุนายน 2536 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์หยุดราชการ มีสิทธิยื่นได้ในวันที่ 21 มิถุนายน 2536 แต่มายื่นในวันนี้เกินกว่ากำหนดฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถ่ายสำเนา เอกสารประกอบในการเขียนฎีกาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2536 แต่เพิ่งได้รับเอกสารดังกล่าวเมื่อใกล้ครบกำหนดยื่นฎีกา และทนายจำเลยเกิดเจ็บป่วยลง จำเลยทั้งสองจึงไม่สามารถ ยื่นฎีกาได้ในกำหนด ส่วนคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาลงวันที่ 23 มิถุนายน 2536 เนื่องจากทนายจำเลยเร่ง รีบมายื่นฎีกา ถึงมิได้นำคำร้องดังกล่าวมายื่นพร้อมฎีกา มิได้มีเจตนาจะ ไม่ยื่นคำร้องดังกล่าว ประกอบกับฎีกาของจำเลยมีทางชนะคดี

โจทก์ได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์, โจทก์ร่วม ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายวิเชียรธุระมะฉัยยาผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบมาตรา 362 ลงโทษจำคุก จำเลยคนละ 2 ปี และปรับคนละ 7,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก จำเลยคนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 116)ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องลงวันที่ 23 มิถุนายน 2536ขออนุญาตยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม (อันดับ 107)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองฟัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคแรกต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีจึงไม่อาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากคำฟ้องได้ เมื่อฟ้องโจทก์ระบุเพียงว่าเป็นการกระทำต่อทรัพย์มรดกของผู้ตาย มิไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้