Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56338)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ส่วนฎีกาที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น ตามมาตรา 195 ประกอบมาตรา 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็น ผู้กระทำความผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่าบุตรของจำเลยกับพวก เป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่าง กับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อมไม่ต้องรับผิด และการ กระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ล้วนเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ ว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้น ก็เป็นข้อยกเว้นให้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 362 จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปีฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 62 แผ่นที่ 2)ทนายจำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่า บุตรจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อม ไม่ต้องรับผิด โดยเนื้อแท้ในฎีกาของจำเลยในส่วนนี้จำเลยมี ความประสงค์จะให้รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด เป็นกรณีที่จำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ไม่ถึง 1 ตารางวา และจำเลย เอากระถางต้นไม้ไปวางไว้จึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ และการกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1553/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์พันเอกเอนก เหรียญตระกูลจำเลยนายเจริญ แสนเยีย ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ส่วนฎีกาที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น ตามมาตรา 195 ประกอบมาตรา 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็น ผู้กระทำความผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่าบุตรของจำเลยกับพวก เป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่าง กับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อมไม่ต้องรับผิด และการ กระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ล้วนเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ ว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้น

ก็เป็นข้อยกเว้นให้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 362 จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปีฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 62 แผ่นที่ 2)ทนายจำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่า

บุตรจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อม ไม่ต้องรับผิด โดยเนื้อแท้ในฎีกาของจำเลยในส่วนนี้จำเลยมี ความประสงค์จะให้รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด เป็นกรณีที่จำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ไม่ถึง 1 ตารางวา และจำเลย เอากระถางต้นไม้ไปวางไว้จึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ และการกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้