Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56353)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษของจำเลยที่ 2 อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยที่ 2ทุกข้อเป็นการฎีกาคัดค้านดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และไม่ถือว่าเป็นการ ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนและศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจ ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผู้สนับสนุนได้เพราะคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง ของโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในฐานผู้สนับสนุน การที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผู้สนับสนุน จึงเป็นการ พิพากษาเกินคำขอ ล้วนแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนโจทก์ร่วมไม่ปรากฏว่าได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 159)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายพิชัย คุณวงศ์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุกคนละ 5 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 158)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 159)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และจำเลยที่ 2 กระทำความผิด ในตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือไม่เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาในข้อที่ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ศาลจึงไม่มีอำนาจลงโทษ จำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด เพราะเป็น การพิพากษาเกินคำขอนั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาล มีอำนาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่ควรได้รับ การวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1585/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายพิชัย คุณวงศ์โจทก์นายสมเกียรติ เสริมสาธนสวัสดิ์ กับพวกจำเลยนางสาวนวลจันทร์ สิวาริน จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 279 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษของจำเลยที่ 2 อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยที่ 2ทุกข้อเป็นการฎีกาคัดค้านดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และไม่ถือว่าเป็นการ ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนและศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจ ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผู้สนับสนุนได้เพราะคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง ของโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในฐานผู้สนับสนุน

การที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผู้สนับสนุน จึงเป็นการ พิพากษาเกินคำขอ ล้วนแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนโจทก์ร่วมไม่ปรากฏว่าได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 159)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายพิชัย คุณวงศ์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุกคนละ 5 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 158)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 159)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และจำเลยที่ 2 กระทำความผิด ในตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือไม่เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาในข้อที่ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ศาลจึงไม่มีอำนาจลงโทษ จำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด เพราะเป็น การพิพากษาเกินคำขอนั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาล มีอำนาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่ควรได้รับ การวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4257/2566

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาดังกล่าว จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้