Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56363)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยและคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีนี้มิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เพราะประเด็นที่วินิจฉัยต่างกัน และการกำหนดโทษจำเลยก็แตกต่างจากศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ เกินกว่า 5 ปี จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 167,168)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายหงษ์ กวางสุขบิดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 ให้จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปีจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 153)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 157)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 7 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษา แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบมาตรา 72 จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลย เป็นการให้ความรู้แก่ศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงให้รับฎีกาของจำเลย แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1610/2536พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาทโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายหงษ์ กวางสุขโจทก์นางวันเพ็ญ กวางสุขจำเลยนายอภิชาติ สุขสว่าง ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยและคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีนี้มิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เพราะประเด็นที่วินิจฉัยต่างกัน และการกำหนดโทษจำเลยก็แตกต่างจากศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ เกินกว่า 5 ปี จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 167,168)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายหงษ์ กวางสุขบิดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 ให้จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปีจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 153)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 157)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 7 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษา แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบมาตรา 72 จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลย เป็นการให้ความรู้แก่ศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงให้รับฎีกาของจำเลย แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้