Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56381)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้แล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 50)คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค (พ.ศ. 2497) มาตรา 3 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษ ให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท 4 กระทง เป็นเงิน 40,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 เดือน 4 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน ข้อนำสืบของจำเลยที่รับว่า เป็นหนี้ตามสัญญาซื้อขายเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นสมควร ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 26,666 บาท และจำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 45)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกินกำหนด 15 วัน จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 46,47)จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยและมีคำสั่งต่อไป (อันดับ 48) ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จแล้ว (คำสั่งที่ 2710/2534) และจัดส่ง ไปให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งงดการอ่านคำสั่ง ศาลฎีกา และส่งสำนวน ซองคำสั่ง และคำร้องนี้ไปศาลฎีกาเพื่อ พิจารณา (อันดับ 50,51,52)ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งดังกล่าว อ้างว่ายื่นเกินกำหนด 15 วัน จำเลยยื่นอุทธรณ์ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม 2534 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ซึ่งจะต้องส่งสำนวน ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย แต่ศาลชั้นต้น ส่งสำนวนมาศาลฎีกาจึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลฎีกา (อันดับ 52 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่ง ศาลชั้นต้นเกี่ยวกับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง ฉบับดังกล่าว ให้ ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับดังกล่าวไปให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป (อันดับ 54)คดีอยู่ระหว่างศาลฎีกาพิจารณาสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง (คำร้องที่ 1646/2536)คำสั่งคดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุดโจทก์จะถอนฟ้องเสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสองไม่ค้าน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่าย คดีเสียจากสารบบความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1645/2536บริษัทลภเซอร์วิส จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเซีย เดคโคเรชั่น แอนด์คอนสตรั๊คชั่นจำเลยกับพวกจำเลยบริษัทลภเซอร์วิส จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 35, ม. 39 (2)ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้แล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 50)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค (พ.ศ. 2497) มาตรา 3 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษ ให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท 4 กระทง เป็นเงิน 40,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 เดือน 4 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน ข้อนำสืบของจำเลยที่รับว่า เป็นหนี้ตามสัญญาซื้อขายเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นสมควร ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 26,666 บาท และจำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือนจำเลยทั้งสองฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 45)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกินกำหนด 15 วัน จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 46,47)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยและมีคำสั่งต่อไป (อันดับ 48) ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จแล้ว (คำสั่งที่ 2710/2534) และจัดส่ง ไปให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งงดการอ่านคำสั่ง ศาลฎีกา และส่งสำนวน ซองคำสั่ง และคำร้องนี้ไปศาลฎีกาเพื่อ พิจารณา (อันดับ 50,51,52)ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งดังกล่าว อ้างว่ายื่นเกินกำหนด 15 วัน

จำเลยยื่นอุทธรณ์ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม 2534 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ซึ่งจะต้องส่งสำนวน ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย แต่ศาลชั้นต้น ส่งสำนวนมาศาลฎีกาจึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลฎีกา (อันดับ 52 แผ่นที่ 2)

ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่ง ศาลชั้นต้นเกี่ยวกับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง ฉบับดังกล่าว ให้ ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับดังกล่าวไปให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป (อันดับ 54)คดีอยู่ระหว่างศาลฎีกาพิจารณาสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง (คำร้องที่ 1646/2536)คำสั่งคดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุดโจทก์จะถอนฟ้องเสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสองไม่ค้าน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่าย คดีเสียจากสารบบความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · พรชัย สมรรถเวช · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4022/2558

ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จึงไม่อาจถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคแรก สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5262/2552

คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ แม้ปรากฏว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แต่ก็ยังอยู่ในระยะเวลายื่นคำร้องอุทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2547

ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7321/2544

คดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2539

คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้เมื่อจำเลยไม่คัดค้านศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(2)ศาลฎ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้