Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56408)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งว่า จำเลยที่ 7 ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยาย ระยะเวลาฎีกา รับฎีกาของจำเลยที่ 7 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4ยื่นฎีกาเกินกำหนด จึงไม่รับ และจำเลยที่ 6 ไม่ได้ลงชื่อ ในฎีกา ด้วยตนเองและไม่ได้แต่งนายเดชณรงค์เทศทอง เป็นทนายจำเลยที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยที่ 7 จะเป็นผู้ยื่นและลงลายมือชื่อในคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา เพียงผู้เดียวก็ตาม แต่กรณีนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาแล้วด้วย เพราะคดีของ จำเลยที่ 3 ที่ 4และจำเลยที่ 7 เป็นคดีเดียวกันและสำนวน เดียวกัน อันเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดี ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 ซึ่งศาลย่อมวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ ดังนั้น เมื่อจำเลย ที่ 7 ได้รับประโยชน์จากการขอขยายระยะเวลา จำเลยที่ 3 ที่ 4 ย่อมได้รับประโยชน์จากกรณีดังกล่าวด้วย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 6)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80,มาตรา 299 วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 12 ปี ริบหัวกระสุนของกลาง คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6และที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299ประกอบด้วยมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานพยายามฆ่า ริบอาวุธปืน ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่ง ดังกล่าว (อันดับ 6)จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้น สั่งรับคำร้องเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 ส่วนจำเลยที่ 6ไม่รับคำร้อง เพราะไม่ปรากฏว่าผู้ลงชื่อในคำร้องเป็นทนาย ของจำเลยที่ 6(อันดับ 7)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ฟังเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2536 จำเลยที่ 3ที่ 4 ยื่นฎีกาในวันที่ 13 สิงหาคม 2536 โดยมิได้ มีการขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาไว้ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้จำเลยที่ 7 ขยายระยะเวลายื่นฎีกาก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว ของจำเลยที่ 7 เท่านั้น ไม่มีผลถึงจำเลยที่ 3 ที่ 4 แต่อย่างใด ฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 ที่ 4 จึงเกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 ที่ 4ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1880/2536พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โจทก์นางจรรยาหรือน้อง ชูเชิด กับพวกจำเลยนายเดชณรงค์ เทศทอง ทนายจำเลยจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งว่า จำเลยที่ 7 ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยาย ระยะเวลาฎีกา รับฎีกาของจำเลยที่ 7 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4ยื่นฎีกาเกินกำหนด จึงไม่รับ และจำเลยที่ 6 ไม่ได้ลงชื่อ ในฎีกา ด้วยตนเองและไม่ได้แต่งนายเดชณรงค์เทศทอง เป็นทนายจำเลยที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยที่ 7 จะเป็นผู้ยื่นและลงลายมือชื่อในคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา เพียงผู้เดียวก็ตาม แต่กรณีนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาแล้วด้วย

เพราะคดีของ จำเลยที่ 3 ที่ 4และจำเลยที่ 7 เป็นคดีเดียวกันและสำนวน เดียวกัน อันเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดี ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 ซึ่งศาลย่อมวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ ดังนั้น เมื่อจำเลย ที่ 7 ได้รับประโยชน์จากการขอขยายระยะเวลา จำเลยที่ 3 ที่ 4 ย่อมได้รับประโยชน์จากกรณีดังกล่าวด้วย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 6)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80,มาตรา 299 วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 12 ปี ริบหัวกระสุนของกลาง คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6และที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299ประกอบด้วยมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานพยายามฆ่า ริบอาวุธปืน ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่ง

ดังกล่าว (อันดับ 6)จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้น สั่งรับคำร้องเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 ส่วนจำเลยที่ 6ไม่รับคำร้อง เพราะไม่ปรากฏว่าผู้ลงชื่อในคำร้องเป็นทนาย ของจำเลยที่ 6(อันดับ 7)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ฟังเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2536 จำเลยที่ 3ที่ 4 ยื่นฎีกาในวันที่ 13 สิงหาคม 2536 โดยมิได้ มีการขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาไว้ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้จำเลยที่ 7 ขยายระยะเวลายื่นฎีกาก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว ของจำเลยที่ 7 เท่านั้น ไม่มีผลถึงจำเลยที่ 3 ที่ 4 แต่อย่างใด ฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 ที่ 4 จึงเกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 ที่ 4ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีจึงไม่อาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากคำฟ้องได้ เมื่อฟ้องโจทก์ระบุเพียงว่าเป็นการกระทำต่อทรัพย์มรดกของผู้ตาย มิไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้