คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1887/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างขายทองโต๊ะกังเยาวราชโจทก์นางสาวจันทร์เพ็ญ แซ่ก๊วยจำเลยนางสาวจันทร์เพ็ญ แซ่ก๊วย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 242ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า
ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยลักทรัพย์โดยมีเจตนาทุจริต นับเป็นการวินิจฉัย ผิดจากท้องสำนวน ไม่เข้าองค์ประกอบแห่งความผิดเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย และที่ฎีกาว่าโจทก์นำสืบถึงม้วนวีดีโอเทปพิพาทเป็นการอ้างพยานวัตถุขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 242 จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้ แต่การที่ศาลอุทธรณ์ มิได้วินิจฉัยถึงจึงเป็นการขัดต่อกฎหมาย ฎีกาข้อนี้ของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยด้วยหมายเหตุ มีการลงชื่อรับสำเนาคำร้องไว้ที่ข้างคำร้องแล้ว แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นลายมือชื่อของโจทก์หรือโจทก์ร่วม (อันดับ 40)ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(11) จำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 39)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งที่จำเลยฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายและอ้างว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนก็ดี รวมทั้งการที่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์นำสืบพยานวัตถุขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 242 ก็ดี เป็นเรื่องที่จำเลยบิดเบือนข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพื่อให้เป็นข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลย จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง