Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56416)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยได้ยื่น คำร้องขอให้ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลย เพื่อประโยชน์ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีถึงที่สุดในส่วนของจำเลยแล้ว ออกหมายจำคุกถึงที่สุดให้ โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดียังไม่ ถึงที่สุด ให้งดการออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด แต่ปรากฏว่า ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งดังกล่าว จำเลยได้เป็นนักโทษเด็ดขาด และได้รับอภัยโทษถูกปล่อยตัวไปแล้ว โจทก์ที่ 2 เห็นว่า การที่จำเลยได้รับผลให้คดีถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาด ตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอศาลฎีกา ได้โปรดมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คดีถึงที่สุด และมีคำสั่งออกหมายจับตัวจำเลยมาจำคุกให้ครบตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกัน เหตุคดี ทั้งสองสำนวนเป็นเหตุเดียวกัน ซึ่งพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลย โดยข้อหาอย่างเดียวกันตามสำนวนแรก ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาพิพากษา รวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษ ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี รวมกับโทษที่ ศาลชั้นต้นกำหนดในข้อหาหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ เป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 129)โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 131) ศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นแล้ว ทนายโจทก์ที่ 2ยื่นคำร้องนี้โดยตรงต่อศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคดียังไม่ถึงที่สุดให้งดการออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด โจทก์ที่ 2 ฎีกาว่า การที่ จำเลยได้รับผลให้คดีถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาดตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาที่มิได้กล่าว ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ให้ยกฎีกาโจทก์ที่ 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1917 - 1918/2536พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารโจทก์นายมงคล อินทรพรหมา ฯลฯจำเลยนายไพฑูรย์ พลซื่อ ทนายโจทก์ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า คดีนี้โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยได้ยื่น คำร้องขอให้ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลย เพื่อประโยชน์ในการขอพระราชทานอภัยโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีถึงที่สุดในส่วนของจำเลยแล้ว ออกหมายจำคุกถึงที่สุดให้ โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดียังไม่ ถึงที่สุด ให้งดการออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด แต่ปรากฏว่า ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งดังกล่าว จำเลยได้เป็นนักโทษเด็ดขาด และได้รับอภัยโทษถูกปล่อยตัวไปแล้ว โจทก์ที่ 2 เห็นว่า การที่จำเลยได้รับผลให้คดีถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาด ตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอศาลฎีกา ได้โปรดมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คดีถึงที่สุด และมีคำสั่งออกหมายจับตัวจำเลยมาจำคุกให้ครบตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกัน เหตุคดี ทั้งสองสำนวนเป็นเหตุเดียวกัน ซึ่งพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลย โดยข้อหาอย่างเดียวกันตามสำนวนแรก

ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาพิพากษา รวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษ ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี รวมกับโทษที่ ศาลชั้นต้นกำหนดในข้อหาหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ เป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 129)โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 131) ศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นแล้ว ทนายโจทก์ที่ 2ยื่นคำร้องนี้โดยตรงต่อศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคดียังไม่ถึงที่สุดให้งดการออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด โจทก์ที่ 2 ฎีกาว่า การที่ จำเลยได้รับผลให้คดีถึงที่สุดเป็นนักโทษเด็ดขาดตลอดจนได้รับการอภัยโทษเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาที่มิได้กล่าว ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ให้ยกฎีกาโจทก์ที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9346/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ถนนที่จำเลยจอดรถมีสภาพมืดไม่มีแสงส่องสว่าง จำเลยไม่ได้เปิดโคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ยานพาหนะเห็นรถที่จอดได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9640/2557

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเรื่องยักยอกเงินว่า จำเลยแจ้งข้อความเท็จ ให้จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ย่อมถือว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวันท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2557

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ดังนั้น จำเลยที่ 1 จะกลับมาฎีกาว่ามิได้กระทำความผิดหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้