Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56425)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 219 เนื่องจากศาลอุทธรณ์แก้โทษปรับของคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระสำคัญแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหรือต่างกรรมต่างวาระกันซึ่งโทษที่จำเลยได้รับย่อมแตกต่างกันและฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.4(2.3) นั้น เป็นฎีกาข้อเท็จจริงอื่นนอกเนื้อหา เพื่อให้ศาลฎีกาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218,219 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,22,40 วรรคหนึ่ง 42 วรรคสอง, 43 วรรคหนึ่งและวรรคสาม,65,67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการดัดแปลงอาคาร ปรับ 5,500 บาท ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ปรับวันละ 500 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนอาคาร ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐาน ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22,65 วรรคหนึ่ง ปรับ4,000 บาท ฐานฝ่าฝืน คำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 วรรคสอง,65 วรรคสอง ปรับวันละ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาทและปรับวันละ 250 บาทตามลำดับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 22) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเฉพาะความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง ของเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง,65 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นปรับบทความผิดไม่ถูกต้องและลงโทษสูงกว่าที่ กฎหมายกำหนด ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษหนักไป เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และความผิดฐานนี้ศาลชั้นต้นลงโทษปรับวันละ 500 บาท ศาลอุทธรณ์แก้เป็นลงโทษปรับวันละ 250 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยเรื่องดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22,65 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นไม่พิจารณาลงโทษเป็นการไม่ชอบ จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ลงโทษหนักไป เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ไม่ต้องห้ามให้รับไว้พิจารณาและเรื่องการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ล้วนเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้น ให้รับไว้พิจารณาเช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1935/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นางเพ็ญพัชร ศุกรสุนทรจำเลยนางเพ็ญพัชร ศุกรสุนทร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 219 เนื่องจากศาลอุทธรณ์แก้โทษปรับของคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระสำคัญแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหรือต่างกรรมต่างวาระกันซึ่งโทษที่จำเลยได้รับย่อมแตกต่างกันและฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.4(2.3) นั้น เป็นฎีกาข้อเท็จจริงอื่นนอกเนื้อหา เพื่อให้ศาลฎีกาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218,219 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,22,40 วรรคหนึ่ง 42 วรรคสอง, 43 วรรคหนึ่งและวรรคสาม,65,67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการดัดแปลงอาคาร ปรับ 5,500 บาท ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ปรับวันละ 500 บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนอาคาร ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐาน ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22,65 วรรคหนึ่ง ปรับ4,000 บาท ฐานฝ่าฝืน คำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 วรรคสอง,65 วรรคสอง ปรับวันละ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาทและปรับวันละ 250 บาทตามลำดับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 22) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเฉพาะความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง ของเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง,65 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นปรับบทความผิดไม่ถูกต้องและลงโทษสูงกว่าที่ กฎหมายกำหนด

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษหนักไป เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และความผิดฐานนี้ศาลชั้นต้นลงโทษปรับวันละ 500 บาท ศาลอุทธรณ์แก้เป็นลงโทษปรับวันละ 250 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยเรื่องดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22,65 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นไม่พิจารณาลงโทษเป็นการไม่ชอบ จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ลงโทษหนักไป เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ไม่ต้องห้ามให้รับไว้พิจารณาและเรื่องการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ล้วนเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้น ให้รับไว้พิจารณาเช่นกัน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ตรีเพชร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้