Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56450)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อพิจารณาฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.(1) เป็นการฎีกาเกี่ยวกับการแปลความหมายหรือตีความในสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 ส่วนฎีกาในข้อ 2.(2) นั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกระบวนพิจารณา กล่าวคือศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากสัญญาจะซื้อจะขาย ตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 และ ฎีกาในข้อ 2.(3) เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.5 ฎีกาของจำเลย ทุกข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดินน.ส.3 ก.เลขที่ 1222 ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ให้แก่โจทก์ในราคา 67,400 บาท โดยหักเงินที่จำเลย รับไปจากโจทก์แล้วออก 61,000 บาท ให้รับเงินจากโจทก์อีก 6,400 บาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท เมื่อหักกลบลบกับราคาที่ดินที่ยังค้างอยู่คงเหลือค่าเสียหาย 33,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าจำเลย ขัดขืน ให้เรียกเอาน.ส.3 ก. จากจำเลยเพื่อดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111) จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2536 โดยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันวางศาล ศาลฎีกามีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย (คำสั่งคำร้องที่ 1380/2536) และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2536(อันดับ 114,130) จำเลยได้ยื่นคำร้องนี้เป็นครั้งที่สองโดยได้นำเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาเป็นจำนวน 53,000 บาทมาวางไว้ ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 ให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปศาลฎีกา เพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 135) คำสั่ง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบ 247 จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2168/2536นางบุญส่ง ชัยภูมิโจทก์นางบ่วย เพ็งแพงจำเลยนางบ่วย เพ็งแพงผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อพิจารณาฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.(1) เป็นการฎีกาเกี่ยวกับการแปลความหมายหรือตีความในสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 ส่วนฎีกาในข้อ 2.(2) นั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกระบวนพิจารณา กล่าวคือศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากสัญญาจะซื้อจะขาย ตามเอกสารหมาย

จ.3 จ.4 และ จ.5 และ ฎีกาในข้อ 2.(3) เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.5 ฎีกาของจำเลย ทุกข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดินน.ส.3 ก.เลขที่ 1222 ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ให้แก่โจทก์ในราคา 67,400 บาท โดยหักเงินที่จำเลย รับไปจากโจทก์แล้วออก 61,000 บาท ให้รับเงินจากโจทก์อีก 6,400 บาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท เมื่อหักกลบลบกับราคาที่ดินที่ยังค้างอยู่คงเหลือค่าเสียหาย 33,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าจำเลย ขัดขืน ให้เรียกเอาน.ส.3 ก. จากจำเลยเพื่อดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111) จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2536 โดยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันวางศาล ศาลฎีกามีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย (คำสั่งคำร้องที่ 1380/2536) และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2536(อันดับ 114,130) จำเลยได้ยื่นคำร้องนี้เป็นครั้งที่สองโดยได้นำเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาเป็นจำนวน 53,000 บาทมาวางไว้ ต่อศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 ให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปศาลฎีกา เพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 135) คำสั่ง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบ 247 จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ทางแก้ของจำเลยที่ 1 คือต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้