Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56456)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ศาลแรงงานกลางมิได้พิจารณาข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญในประเด็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(3) จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานในคดีต่อไป โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา ต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 48)โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระ ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2535 ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 43)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริง ตามที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์แสดงเจตนาไม่ต้องการทำงานกับ จำเลยและลาออกแล้ว จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ ที่โจทก์ อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน เพราะคำให้การของพยานจำเลยขัดกัน อุทธรณ์ของโจทก์ ดังกล่าวเป็น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้ลาออกจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระอีกครึ่งเดือนเป็นเงิน 7,500 บาทนั้นศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ลาออกและจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระ ถึงวันที่โจทก์ลาออกเพียง 2 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันต้องห้ามมิให้ อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2187/2536นายสมชาย จันทร์สอาดโจทก์บริษัทไพบูลย์มารีนฟู้ดส์ จำกัดจำเลยนายสมชาย จันทร์สอาด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ศาลแรงงานกลางมิได้พิจารณาข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญในประเด็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(3) จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานในคดีต่อไป โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา ต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 48)โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระ ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2535 ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 43)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริง ตามที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์แสดงเจตนาไม่ต้องการทำงานกับ จำเลยและลาออกแล้ว จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ ที่โจทก์ อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน เพราะคำให้การของพยานจำเลยขัดกัน อุทธรณ์ของโจทก์ ดังกล่าวเป็น การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้ลาออกจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระอีกครึ่งเดือนเป็นเงิน 7,500 บาทนั้นศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ลาออกและจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระ ถึงวันที่โจทก์ลาออกเพียง 2 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันต้องห้ามมิให้ อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ชลิต ประไพศาล · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้