Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56467)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1 เป็นฎีกา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ที่มิได้ยกขึ้นมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195, 225 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 1 ที่ว่าเช็คพิพาทนั้นสามารถ บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ โดยอาศัยเหตุว่าเช็คพิพาทเป็นเช็ค ที่มีเงื่อนไข เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2 จำเลยได้อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วจึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ยกขึ้นมาแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1) จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 102) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยออกเช็ค ชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีหนี้กันอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ และอ้างข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามาใหม่เพื่อให้เห็นว่ามูลหนี้ ตามเช็คดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2217/2536นายสายัณห์ เตชวิบูลย์ชัยโจทก์นายนพปฏล ตันสกุลจำเลยนายนพปฏล ตันสกุล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1 เป็นฎีกา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ที่มิได้ยกขึ้นมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195, 225 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 1 ที่ว่าเช็คพิพาทนั้นสามารถ บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ โดยอาศัยเหตุว่าเช็คพิพาทเป็นเช็ค ที่มีเงื่อนไข เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2 จำเลยได้อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วจึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ยกขึ้นมาแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1) จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 102) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103 แผ่นที่ 2) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยออกเช็ค ชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีหนี้กันอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ และอ้างข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามาใหม่เพื่อให้เห็นว่ามูลหนี้ ตามเช็คดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้