Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56469)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทมีราคาเกินสองแสนบาท เพราะราคาที่ดินพิพาททั้งแปลงตาม สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์ และจำเลยมีราคาถึง220,000 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่แท้จริง ในคดี ส่วนการที่โจทก์ และจำเลยแถลงตกลงว่าที่ดินพิพาทมีราคา 195,000 บาท เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ชำระราคาที่ดินพิพาทให้จำเลยไม่ครบโดยหักเงินมัดจำจำนวน 25,000 บาท ออกไปเท่านั้น คดีของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและขัดขวางการรังวัดออกโฉนดศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)อนึ่ง ในนัดชี้สองสถานศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์จำเลยไปกำหนดราคาทุนทรัพย์ที่พิพาท (อันดับ 10) ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงว่า โจทก์และจำเลยตกลงกันทั้งแปลงเป็นจำนวนเงิน 195,000 บาท โดยโจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มในจำนวนดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีรายงานกระบวนพิจารณาเห็นด้วยว่า เป็นราคาสมควร (อันดับ 15,18) คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางโจทก์ในการรังวัดออกโฉนดที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์แอบไปขอรังวัดสอบเขตเพื่อออกโฉนดโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้โจทก์จำเลยกำหนดราคาทุนทรัพย์ที่ดินพิพาท และโจทก์จำเลยได้แถลงตกลงว่า ที่ดินพิพาทมีราคา 195,000 บาท และศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นราคาที่สมควร จึงให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ จำนวนดังกล่าว ดังนี้คดีจึงมีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2219/2536นายศักดิ์ชัย ไทรหงษ์ทองโจทก์นายสนับ เกตุแก้วจำเลยนายศักดิ์ชัย ไทรหงษ์ทอง โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทมีราคาเกินสองแสนบาท เพราะราคาที่ดินพิพาททั้งแปลงตาม สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์ และจำเลยมีราคาถึง220,000 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่แท้จริง ในคดี ส่วนการที่โจทก์ และจำเลยแถลงตกลงว่าที่ดินพิพาทมีราคา 195,000 บาท เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ชำระราคาที่ดินพิพาทให้จำเลยไม่ครบโดยหักเงินมัดจำจำนวน 25,000 บาท ออกไปเท่านั้น คดีของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามกฎหมาย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและขัดขวางการรังวัดออกโฉนดศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)

อนึ่ง ในนัดชี้สองสถานศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์จำเลยไปกำหนดราคาทุนทรัพย์ที่พิพาท (อันดับ 10) ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงว่า โจทก์และจำเลยตกลงกันทั้งแปลงเป็นจำนวนเงิน 195,000 บาท โดยโจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มในจำนวนดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีรายงานกระบวนพิจารณาเห็นด้วยว่า เป็นราคาสมควร (อันดับ 15,18) คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางโจทก์ในการรังวัดออกโฉนดที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์แอบไปขอรังวัดสอบเขตเพื่อออกโฉนดโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้โจทก์จำเลยกำหนดราคาทุนทรัพย์ที่ดินพิพาท และโจทก์จำเลยได้แถลงตกลงว่า ที่ดินพิพาทมีราคา 195,000 บาท และศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นราคาที่สมควร จึงให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์

จำนวนดังกล่าว ดังนี้คดีจึงมีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้