Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56471)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำเลยที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า จำเลยทั้งสามปฏิบัติผิดสัญญาต่อโจทก์หรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้วินิจฉัยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 15,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 24 มกราคม2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 42) จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 2 ที่ 3ว่าสัญญาหมั้นเป็นโมฆะเพราะจำเลยที่ 1 อายุ 16 ปีนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ และศาลชั้นต้น ก็ ได้ สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในเรื่องอายุของจำเลยที่ 1แล้ว ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในประเด็นข้อ 2ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงดังที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 กล่าวอ้าง ถือได้ว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2223/2536นางสาวสง่า นามวิชาโจทก์นายสุพจน์ บุญชัย กับพวกจำเลยนายรินทร์ ประวาฬหรือประพาฬ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางเนียม ประวาฬหรือประพาฬ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำเลยที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า จำเลยทั้งสามปฏิบัติผิดสัญญาต่อโจทก์หรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้วินิจฉัยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 15,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 24 มกราคม2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 42) จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 2 ที่ 3ว่าสัญญาหมั้นเป็นโมฆะเพราะจำเลยที่ 1 อายุ 16 ปีนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ และศาลชั้นต้น ก็ ได้ สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในเรื่องอายุของจำเลยที่ 1แล้ว ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในประเด็นข้อ 2ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงดังที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 กล่าวอ้าง ถือได้ว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้