Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56477)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยและเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 195 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาในประเด็นที่ว่า โจทก์มีหน้าที่ นำสืบ ว่าของกลางยังไม่ได้เสียภาษีและนำเข้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ตามฟ้อง ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้และในประเด็นที่ว่า การที่จำเลยที่ 1 เพียงแต่รับซื้อของที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่เสียภาษีนั้น ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 27 ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่มีสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 139) คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 626/2533 หมายเลขแดงที่ 392/2535หมายเลขแดงที่ 393/2535 และหมายเลขแดงที่ 394/2535ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ จำเลยที่ 1ปรับ 93,600 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ปรับคนละ 26,000 บาทคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงปรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 17,333.33 บาท ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 138) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139) คำสั่ง โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาว่า ซื้อหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งเลื่อยโซ่ของกลางจำนวน 4 เครื่อง อันตนรู้ว่าเป็นของ ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามหรือ ข้อจำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 27 ซึ่งมาตรา 100ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติวิธีพิจารณาไว้เป็นพิเศษว่าหน้าที่พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยทุกคดีไป จำเลยที่ 1 จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าเลื่อยโซ่ของกลางที่จำเลยที่ 1 รับไว้ได้ชำระภาษีโดยถูกต้องแล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าของกลางได้ชำระภาษีแล้วหรือไม่จึงขัดแย้งต่อกฎหมายที่บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้ว เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก สำหรับข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ไม่มีเจตนาฉ้อภาษีของรัฐนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2248/2536พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์โจทก์นายสุเวช เดชสกุลวัฒนาจำเลยนายสุเวช เดชสกุลวัฒนา จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยและเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 195 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาในประเด็นที่ว่า โจทก์มีหน้าที่ นำสืบ ว่าของกลางยังไม่ได้เสียภาษีและนำเข้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ตามฟ้อง ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้และในประเด็นที่ว่า การที่จำเลยที่ 1 เพียงแต่รับซื้อของที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่เสียภาษีนั้น ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 27 ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่มีสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วย

หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 139) คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 626/2533 หมายเลขแดงที่ 392/2535หมายเลขแดงที่ 393/2535 และหมายเลขแดงที่ 394/2535ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ จำเลยที่ 1ปรับ 93,600 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ปรับคนละ 26,000 บาทคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงปรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 17,333.33 บาท ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 138) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139) คำสั่ง โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาว่า ซื้อหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งเลื่อยโซ่ของกลางจำนวน 4 เครื่อง อันตนรู้ว่าเป็นของ ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามหรือ ข้อจำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 27 ซึ่งมาตรา 100ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติวิธีพิจารณาไว้เป็นพิเศษว่าหน้าที่พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยทุกคดีไป จำเลยที่ 1 จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าเลื่อยโซ่ของกลางที่จำเลยที่ 1 รับไว้ได้ชำระภาษีโดยถูกต้องแล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าของกลางได้ชำระภาษีแล้วหรือไม่จึงขัดแย้งต่อกฎหมายที่บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้ว เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

ความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก สำหรับข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ไม่มีเจตนาฉ้อภาษีของรัฐนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้