Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56484)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจาก ผู้พิพากษาไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งฎีกาในข้อ 3.1 โจทก์ได้ฎีกาในประเด็นที่ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อันจะใช้ยันต่อโจทก์ และฎีกาในข้อ 3.2 โจทก์ได้ ฎีกาในประเด็นที่ว่าการครอบครองในที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย เพราะจำเลยไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 10 ปี โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของอันจะเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยแล้วแต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 167) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวน เรียกนายขำ สะไบบาง ว่าจำเลยทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1257 ตำบลศาลาแดงอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะส่วนภายในเส้นสีดำเขียวตามแผนที่พิพาทเนื้อที่จำนวน 2 งาน 59 ตารางวา(0-2-59 ไร่) ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายขำ สะไบบาง จำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ห้ามนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวอีกต่อไป ให้โจทก์ไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวให้แก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ตามคำฟ้องทั้งสองสำนวนให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 156) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 163) คำสั่ง ที่โจทก์ฎีกาในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะยึดถือที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลย จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2255 - 2256/2536นายท้อ เจียมบุรเศรษฐ์โจทก์นายขำ สะไบบางจำเลยนายท้อ เจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจาก ผู้พิพากษาไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งฎีกาในข้อ 3.1 โจทก์ได้ฎีกาในประเด็นที่ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อันจะใช้ยันต่อโจทก์ และฎีกาในข้อ 3.2 โจทก์ได้ ฎีกาในประเด็นที่ว่าการครอบครองในที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย เพราะจำเลยไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 10 ปี โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของอันจะเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมาย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยแล้วแต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 167) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวน เรียกนายขำ สะไบบาง ว่าจำเลยทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1257 ตำบลศาลาแดงอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะส่วนภายในเส้นสีดำเขียวตามแผนที่พิพาทเนื้อที่จำนวน 2 งาน 59 ตารางวา(0-2-59 ไร่) ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายขำ สะไบบาง จำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ห้ามนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวอีกต่อไป ให้โจทก์ไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวให้แก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ตามคำฟ้องทั้งสองสำนวนให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 156) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 163) คำสั่ง ที่โจทก์ฎีกาในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะยึดถือที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลย จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ศิริบุตร · สวรรค์ ศักดารักษ์ · สันติ ทักราล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้