Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56488)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา บัดนี้โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10 ตกลงกับจำเลยที่ 1 ได้ และไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์หรือถอนฟ้องจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 จำเลยที่ 1 มีความผิดรวม 8 กรรม ให้ลงโทษจำคุกกรรมละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 8 ปี จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาและคำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 265) จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 275) ศาลฎีกาทำคำสั่งแล้ว และได้ส่งสำนวนไปศาลชั้นต้น(อันดับ 277) ก่อนวันฟังคำสั่ง โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 300 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10ขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดต่อผู้เสียหายรายอื่นอีก 7 กระทง กระทำความผิดต่อโจทก์ร่วมที่ขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวนี้เพียงคนละกระทงเดียวดังนั้นเมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและคดียังไม่ถึงที่สุด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่กระทำผิดต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่กระทำต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2262/2536พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายกำพล คลังแสง กับพวกโจทก์นางสมปอง เรียงอิศราง กับพวกจำเลยนายกำพล คลังแสง ที่ 1 นายปิ่น เสนานนท์ ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนางสุข ปุรัมภะเว ที่ 5 นายบุญมา เหล่าภักดี ที่ 9ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 39ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา บัดนี้โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10 ตกลงกับจำเลยที่ 1 ได้ และไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์หรือถอนฟ้องจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 จำเลยที่ 1 มีความผิดรวม 8 กรรม ให้ลงโทษจำคุกกรรมละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 8 ปี จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาและคำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 265) จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 275) ศาลฎีกาทำคำสั่งแล้ว และได้ส่งสำนวนไปศาลชั้นต้น(อันดับ 277) ก่อนวันฟังคำสั่ง โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 300 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10ขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดต่อผู้เสียหายรายอื่นอีก 7 กระทง กระทำความผิดต่อโจทก์ร่วมที่ขอถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวนี้เพียงคนละกระทงเดียวดังนั้นเมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและคดียังไม่ถึงที่สุด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่กระทำผิดต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่กระทำต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 9 และที่ 10

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2567

การที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงว่า ตามที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ พ 1873/2562 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ แต่มีเหตุขัดข้องทำให้จำเลยที่ 1 ยังไม่อาจปฏิบัติตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้