Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56493)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฎีกา และคดีนี้ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 5 มีนาคม 2536 โจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีความประสงค์ที่จะอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 5474/2533 ซึ่งได้แนบมาท้ายฎีกาเป็นพยานเพิ่มเติมในชั้นฎีกา รายละเอียดปรากฏ ตามบัญชีพยานเพิ่มเติมชั้นฎีกา ที่แนบมาพร้อมคำร้อง เนื่องด้วย ประเด็นข้อพิพาทจากคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว กับประเด็นในคดีแพ่งทั้งสองสำนวนนี้เป็นประเด็นเดียวกัน มูลคดี และคู่ความเดียวกัน โจทก์จึงเห็นว่าคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวนั้นเป็นพยานสำคัญสมควร จะได้นำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีแพ่งทั้งสองสำนวนนี้ ในชั้นฎีกาด้วย และพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้โจทก์อ้างคำพิพากษา ฎีกาดังกล่าวเป็นพยานของโจทก์ในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้ เพราะ เพิ่งจะได้อ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2534 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดอนุญาต ให้โจทก์ระบุอ้างคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวเป็นพยานของโจทก์ เพิ่มเติมในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 257)คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยในสำนวนหลัง ว่า โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 และให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ 376/2527(สำนวนแรก) และให้โจทก์ที่ 2 คือจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 3249/2527 (สำนวนหลัง) ชำระเงินจำนวน 2,106,986.30 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 คือโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 3249/2527 พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้อง 7 กุมภาพันธ์ 2527) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 251,253 แผ่นที่ 2) คำสั่งเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมจึงให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2280 - 2281/2536นายวิเชษฐ กาญจนกิจโจทก์นายเธียรเมฆ จรัสจรรยาวัฒน์จำเลยนายวิเชษฐ กาญจนกิจ ที่ 1 และที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 88ความว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฎีกา และคดีนี้ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 5 มีนาคม 2536 โจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีความประสงค์ที่จะอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 5474/2533 ซึ่งได้แนบมาท้ายฎีกาเป็นพยานเพิ่มเติมในชั้นฎีกา รายละเอียดปรากฏ ตามบัญชีพยานเพิ่มเติมชั้นฎีกา ที่แนบมาพร้อมคำร้อง เนื่องด้วย ประเด็นข้อพิพาทจากคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว กับประเด็นในคดีแพ่งทั้งสองสำนวนนี้เป็นประเด็นเดียวกัน มูลคดี และคู่ความเดียวกัน โจทก์จึงเห็นว่าคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวนั้นเป็นพยานสำคัญสมควร

จะได้นำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีแพ่งทั้งสองสำนวนนี้ ในชั้นฎีกาด้วย และพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้โจทก์อ้างคำพิพากษา ฎีกาดังกล่าวเป็นพยานของโจทก์ในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้ เพราะ เพิ่งจะได้อ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2534 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดอนุญาต ให้โจทก์ระบุอ้างคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวเป็นพยานของโจทก์ เพิ่มเติมในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 257)

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยในสำนวนหลัง ว่า โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 และให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ 376/2527(สำนวนแรก) และให้โจทก์ที่ 2 คือจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 3249/2527 (สำนวนหลัง) ชำระเงินจำนวน 2,106,986.30 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 คือโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 3249/2527 พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้อง 7 กุมภาพันธ์ 2527) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 251,253 แผ่นที่ 2) คำสั่งเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมจึงให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13666/2558

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 193 ตรี บัญญัติให้ศาลสอบถามคู่ความฝ่ายที่จะต้องนำพยานเข้าสืบว่า ประสงค์จะอ้างอิงพยานหลักฐานใดแล้วให้ศาลบันทึกไว้ ย่อมแสดงว่า ในการพิจารณาคดีมโนสาเร่ เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องบันทึกเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589738)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้