เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิจำเลย ทั้ง สอง ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ว่า จำเลย ทั้ง สอง มี ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคสอง ประกอบ ด้วย มาตรา336 ทวิ , 83 จำคุก คน ละ 3 ปี คำให้การ ชั้นสอบสวน และ คำเบิกความชั้นพิจารณา เป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษให้ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง จำคุก คน ละ 2 ปีจำเลย ที่ 1 ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า คดี นี้ โจทก์ ฟ้อง จำเลย ทั้ง สอง ใน ความผิดฐาน ร่วมกัน ลักทรัพย์ แต่ ทางพิจารณา ได้ความ ว่า จำเลย ทั้ง สองกระทำ ความผิด ฐาน ร่วมกัน
ฉ้อโกง ศาล มีอำนาจ พิพากษา ลงโทษ จำเลย ที่ 1ใน ความผิด ฐาน ร่วมกัน ฉ้อโกง ได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม และ วรรคห้า และ เป็นเหตุ อยู่ ใน ส่วน ลักษณะคดีศาลฎีกา มีอำนาจ พิพากษา ตลอด ไป ถึง จำเลย ที่ 2 ซึ่ง มิได้ ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบ ด้วยมาตรา 215 ฎีกา ของ จำเลย ที่ 1 ฟังไม่ขึ้นพิพากษาแก้ เป็น ว่า จำเลย ทั้ง สอง มี ความผิด ฐาน ฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบ มาตรา 342(1) นอกจาก ที่ แก้ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์