Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5667/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทตามสัญญาเช่าซึ่งกำหนดไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ค่าเช่าเดือนละ 350 บาทแม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ภายหลังบอกเลิกสัญญามาด้วยทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาท ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่ค่าเช่า จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ2,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224(เดิม)ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกเลขที่ 2738จากโจทก์อัตราค่าเช่าเดือนละ 350 บาท ก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าโจทก์ได้แจ้งแก่จำเลยว่าไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าตึกอีกต่อไป แต่เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาจำเลยและบริวารยังคงอยู่ในตึกที่เช่าต่อไป โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมกับให้จำเลยและบริวารออกจากตึกที่เช่าภายใน 30 วัน แต่จำเลยและบริวารไม่ยอมออกไปทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 17,626 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกที่เช่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกเลขที่ 2738 ถนนสุขุมวิทตำบลบางนา อำเภอพระโขนง

กรุงเทพมหานครจำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าเป็น 2 ฉบับฉบับแรก ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2527 มีระยะเวลาการเช่า3 ปี ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2530 มีระยะเวลาการเช่า 1 ปี 3 เดือน สัญญาทั้งสองฉบับทำพร้อมกันในวันเดียวกันเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายเป็นโมฆะ สัญญาเช่าฉบับที่ 2 จนถึงปัจจุบันจึงเป็นการเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาของโจทก์ไม่มีผลตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวที่ 2738 ให้จำเลยชำระเงิน 9,375 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 2 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 4,500 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 2,000 บาทไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทตามสัญญาเช่าซึ่งกำหนดไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ค่าเช่าเดือนละ 350 บาท แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ภายหลังบอกเลิกสัญญามาด้วยทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาท ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่ค่าเช่าจึงเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาทต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 (เดิม)ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ชอบแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยอ้างว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้นและไม่มีเหตุเพียงพอที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า อำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์มีสิทธิในตึกพิพาทหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายดังกล่าว จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงมิใช่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 (เดิม)ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว

อนึ่ง ปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนคู่ความมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะไม่ยกขึ้นวินิจฉัยได้ในเมื่อเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)ประกอบมาตรา 246พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพงษ์ สนธิเณร · สมศักดิ์ วิธุรัติ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้