Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้รับสิทธิให้เดินเรือกลประจำทางรับส่งผู้โดยสารตามลำน้ำเจ้าพระยาโดยเก็บค่าโดยสารแต่ผู้เดียว จำเลยเพียงแต่ได้รับอนุญาตให้ใช้เรือกลจากกรมเจ้าท่า และอยู่ในระหว่างยื่นเรื่องราวขออนุญาตเดินเรือกลประจำทาง ในเส้นทางพิพาทต่อกรมเจ้าท่า การที่จำเลยเดินเรือกลประจำทางในเส้นทางเดินเรือเดียวกับโจทก์และทับเส้นทางที่โจทก์เดินเรืออยู่ ใช้ท่าเรือร่วมกันบางท่าและเก็บค่าโดยสารเช่นเดียวกับโจทก์ เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายและจงใจให้เกิด ความเสียหายแก่โจทก์เป็นละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย และห้ามมิให้จำเลยกระทำการดังกล่าวได้ตลอดระยะเวลาที่จำเลย ยังมิได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า กรณีมิใช่เป็นเรื่องระหว่างจำเลยและกรมเจ้าท่าเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือกล ใช้ชื่อว่า"เรือด่วนเจ้าพระยา เดิมได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เดินเรือกลประจำทางรับส่งคนโดยสารตามลำน้ำเจ้าพระยา จากท่าเรืออำเภอเมืองนนทบุรีถึงท่าเรือถนนตก แล้วต่อมาวันที่2 เมษายน 2533 โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้ขยายเส้นทางเดินเรือจากเดิมเป็นท่าเรือสุขาภิบาลปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี ถึงท่าเรือวัดราชสิงขร เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จำเลยได้เดินเรือกลประจำทางรับส่งคนโดยสารจากท่าเรือ สุขาภิบาลปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ถึงท่าเรือ บ.ข.ส.สายใต้ กรุงเทพมหานคร ทับเส้นทางเดินเรือของโจทก์จากท่าเรือท่าช้างวังหลัง กรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายวันละ 4,000 บาท

นับถึงวันฟ้องเป็นเวลา 65 วัน คิดเป็นเงิน 260,000 บาท ขอให้ห้ามจำเลยเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารระหว่างท่าเรือสุขาภิบาลปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี ถึงท่าเรือท่าช้างวังหลวง กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับค่าเสียหายอีกวันละ 4,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะหยุดเดินเรือทับเส้นทางโจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ขยายเส้นทางเดินเรือกลจากเดิมไปจนถึงท่าเรือสุขาภิบาลปากเกร็ด จำเลยเดินเรือกลโดยได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และใช้ท่าเทียบเรือจอดรับส่งคนโดยสารคนละท่ากับโจทก์ ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามไม่ให้จำเลยเดินเรือกลประจำทางรับส่งคนโดยสารตามลำน้ำเจ้าพระยาระหว่างท่าเรือสุขาภิบาลปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี

ถึงท่าช้างวังหลวง กรุงเทพมหานคร ทับเส้นทางการเดินเรือของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 177,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและใช้ค่าเสียหายอีกวันละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิกเดินเรือกลของทับเส้นทางโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาที่ต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายประเด็นแรกว่า จำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่เห็นว่า แม้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประชาชนมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์สัญจรไปมาได้ แต่การประกอบธุรกิจการเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารจะต้องขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบ โดยก่อนจะออกใบอนุญาตให้นั้นจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือกลประจำทางซึ่งกรมเจ้าท่าแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เมื่อคณะกรรมการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นชอบแล้ว กรมเจ้าท่าถึงจะอนุมัติเส้นทางเดินเรือและจุดจอดเรือ เรือที่ใช้เดิน กำหนดเวลาการเดินเรือและจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของกรมเจ้าท่าว่าด้วยการพิจารณาและออกใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทาง พ.ศ. 2533 ตามที่ระบุไว้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เดินเรือกลจากท่าวัดราชสิงขรถึงท่าสุขาภิบาลปากเกร็ดตามหนังสืออนุมัติของกรมเจ้าท่า เอกสารหมาย จ.4 ซึ่งโจทก์จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของกรมเจ้าท่าดังกล่าว แสดงว่ารัฐให้สิทธิประโยชน์แก่โจทก์โดยพิจารณาจากความเหมาะสมต่าง ๆแล้วจึงออกใบอนุญาตให้ เมื่อโจทก์ได้รับสิทธิให้เดินเรือกลประจำทางรับส่งผู้โดยสารตามลำน้ำเจ้าพระยาโดยเก็บค่าโดยสารแต่ผู้เดียว และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเพียงแต่ได้รับอนุญาตให้ใช้เรือกลจากกรมเจ้าท่าตามเอกสารหมาย

ล.3และอยู่ในระหว่างยื่นเรื่องราวขออนุญาตเดินเรือกลประจำทางในเส้นทางพิพาทต่อกรมเจ้าท่าในการประกอบกิจการเดินเรือกลรับส่งผู้โดยสาร โดยที่ยังมิได้รับอนุญาตให้เดินเรือกลประจำทางได้ในเส้นทางเดินเรือเดียวกับโจทก์และทับเส้นทางที่โจทก์เดินเรืออยู่ ใช้ท่าเรือร่วมกันบางท่าและเก็บค่าโดยสารเช่นเดียวกับโจทก์ เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายและจงใจให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประเด็นต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิห้ามการเดินเรือกลของจำเลยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารในลำน้ำเจ้าพระยามิได้มีกฎหมายกำหนดให้สิทธิแก่รัฐแต่ผู้เดียวในการให้สัมปทานแก่ผู้ประกอบกิจการเดินเรือกลเสียก่อนจึงจะสามารถเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารได้เช่นการเดินรถประจำทาง

จำเลยเพียงแต่ขึ้นทะเบียนเรือกลรับส่งคนโดยสารตามเอกสารหมาย ล.3 ถึง ล.6 ก็มีสิทธิเดินเรือกลในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และการขออนุมัติเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารประจำทางจากกรมเจ้าท่าเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับกรมเจ้าท่าจึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิห้ามจำเลยเดินเรือกลในแม้น้ำเจ้าพระยาได้ และการขออนุมัติเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารประจำทางจากกรมเจ้าท่าเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับกรมเจ้าท่า จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์จึงไม่มีสิทธิห้ามจำเลยเดินเรือกลรับส่งคนโดยสารนั้นเห็นว่า การเดินเรือกลประจำทางรับส่งคนโดยสารเป็นประจำตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 กำหนดให้ผู้ประกอบการเดินเรือจะต้องได้รับอนุญาตให้เดินเรือกลรับจ้างบรรทุกคนโดยสารประจำทางจากกรมเจ้าท่าเสียก่อนจึงจะดำเนินการรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ได้รับอนุญาตได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างที่จำเลยยื่นเรื่องราวขออนุญาตเดินเรือกลประจำทางจากกรมเจ้าท่า

แม้จำเลยจะได้ขึ้นทะเบียนเรือกลรับส่งคนโดยสารตามเอกสารหมาย ล.3 ถึง ล.6 และได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จำเลยก็เพียงแต่มีสิทธิเดินเรือกลตามปกติในลำน้ำเจ้าพระยาตามที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เรือกลในลำน้ำเจ้าพระยาเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือกลประจำทางกรมเจ้าท่า จำเลยหามีสิทธิรับส่งคนโดยสารในเส้นทางเช่นเดียวกับโจทก์ที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เดินเรือด่วนและเรือด่วนพิเศษไม่เพราะเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิห้ามมิให้จำเลยกระทำการดังกล่าวได้ตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังมิได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า กรณีดังกล่าวหาเป็นเรื่องระหว่างจำเลยและกรมเจ้าท่าดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นอนึ่งได้ความจากคำแถลงการณ์และคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้จำเลยประกอบกิจการเดินเรือกลประจำทาง ตามใบอนุญาตเลขที่ 45, 46, 47, 48/2536 ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536 แล้ว ดังนั้นนับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536 การที่จำเลยเดินเรือกลประจำทางรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางพิพาท จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเป็นรายวันจนถึงวันดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายวันละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เดินเรือกลประจำทางรับส่งผู้โดยสารได้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้