Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5672/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกำหนดรายรับขั้นต่ำของผู้ประกอบการค้าจะต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำตามมาตรา 86 เบญจแห่ง ป.รัษฎากร แม้ในการประชุมพิจารณาการบริหารงานของสรรพากรเขตพื้นที่ครั้งที่ 6 จะมีมติว่าสำหรับผู้ประกอบการค้าที่เคยกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เดิม ไม่เกินวันละ 10,000 บาท ซึ่งไม่ส่งแบบ ภ.ค.45คืน ให้กำหนดรายรับขั้นต่ำโดยวิธีคำนวณเพิ่มยอด รายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้เดิม อีกร้อยละ 20 ก็ตาม แต่มติของที่ประชุมดังกล่าวเป็นระเบียบหรือข้อปฏิบัติภายในที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า(ฉบับที่ 38) ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำโดยใช้หลักเกณฑ์ตามมติที่ประชุมได้แล้ว การที่พนักงานของจำเลยกำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์ โดยคำนวณเพิ่มจากรายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้เดิม อีกร้อยละ 20 นั้น จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศของอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าวและไม่ชอบด้วยมาตรา 86 เบญจ แห่ง ป.รัษฎากร มาตรา 23 และ มาตรา 25 แห่ง ป.รัษฎากร เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้มีเงินได้มาไต่สวนและสั่งให้ผู้นั้นนำบัญชีหรือพยานหลักฐานอื่นมาแสดงเฉพาะ ในกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเท่านั้น หากผู้มีเงินได้ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งดังกล่าวเจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้ แต่เรื่องการกำหนดรายรับขั้นต่ำเพื่อประโยชน์ในการคำนวณรายรับของผู้ประกอบการค้าตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86 เบญจ มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้โดยเฉพาะ แล้วจึงไม่อาจนำมาตรา 23 และ 25 มาใช้บังคับในกรณีนี้ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 23 ป.รัษฎากร มาตรา 25 ป.รัษฎากร มาตรา 86 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) มาตรา 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้ารับซ่อมเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดโจทก์จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 4 ชนิด 1 (ฉ) จำเลยที่ 3 ในฐานะเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้กำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์โดยไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เบญจ และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำตามมาตรา 86เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จึงได้ยื่นคำคัดค้านการกำหนดรายรับขั้นต่ำต่ออธิบดีกรมสรรพากร แต่ได้รับแจ้งผลคำวินิจฉัยจากจำเลยที่ 2 ว่าการกำหนดรายรับขึ้นต่ำชอบแล้ว จึงขอให้เพิกถอนการกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 และเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยทั้งสามให้การว่า

คำสั่งกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยที่ 3ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 87 เบญจ และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) เจ้าพนักงานประเมินแจ้งโจทก์ให้แจ้งรายการรายจ่าวสำหรับการประกอบการค้าของโจทก์เดือนมีนาคม 2529 ถึงเดือนพฤษภาคม 2529 แต่โจทก์ไม่แจ้งรายการรายจ่ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงเชิญหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ไปพบ และกำหนดให้ส่งบัญชีเงินสดสมุดบัญชีแยกประเภท พร้อมใบสำคัญจ่ายในการลงบัญชีเพื่อจะใช้เป็นเกณฑ์ในการคิดคำนวณกำหนดรายรับขั้นต่ำแต่โจทก์ไม่มีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงกำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์โดยวิธีเพิ่มร้อยละ 20 ของยอดรายรับที่กำหนดไว้ การที่โจทก์หลีกเลี่ยงไม่ยอมจัดส่งเอกสารหลักฐานทางบัญชี

โจทก์จึงเป็นผู้ไม่ปฏิบัติตามประมวลรัษฏากร มาตรา 32 และ 33จึงหมดสิทธิจะนำคดีมาฟ้องต่อศาล คำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 เป็นการแจ้งคำวินิจฉัยคำคัดค้านของอธิบดีกรมสรรพากรจึงเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาร้องที่ศาล ขอให้ยกฟ้องในวันชี้สองสถาน โจทก์แถลงยอมรับว่าโจทก์ได้รับหนังสือที่ กค. 0823/6159 และหนังสือที่ กค.0823/12211 แต่โจทก์เห็นว่าการกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะจำเลยมิได้ปฏิบัติตามข้อ 4 แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากาเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขและการกำหนดรายรับขั้นต่ำตามมาตรา 86 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร โดยจำเลยไม่ได้ไปควบคุมดูแลรายรับหรือตรวจสอบรายรับในแต่ละวันตามวันเวลาที่กำหนดโดยประกาศดังกล่าวในข้

อ4 แต่จำเลยเพิ่มรายรับร้อยละ 20ของยอดรายรับที่จำเลยกำหนดไว้เดิมตามมติที่ประชุมของจำเลยเอกสารท้ายคำให้การหมายเลขที่ 5จำเลยทั้งสามแถลงยอมรับตามที่โจทก์แถลงและแถลงต่อไปว่าการกำหนดรายรับขั้นต่ำไม่จำต้องไปตรวจสอบหรือควบคุมดูแลรายรับแต่ละวันแต่อย่างใด การกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยตามมติที่ประชุมขั้นต่ำโดยให้เพิ่มร้อยละ 20 ของยอดรายรับที่เคยกำหนดไว้เดิมนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์แถลงยอมรับต่อไปว่าโจทก์ไม่ได้แจ้งรายการตามแบบ ภ.ค. 45 ภายในกำหนดตามข้อ 3 ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ของประกาศดังกล่าวโจทก์จำเลยร่วมกันแถลงว่าขอให้ศาลชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวว่าการกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และโจทก์จำเลย

ไม่ขอสืบพยาน ศาลภาษีอากรกลางจึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการกำหนดรายรับขั้นต่ำตามหนังสือที่ กค. 0823/12211 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2529และคำวินิจฉัยคำคัดค้านการกำหนดรายรับขั้นต่ำที่ กค.0810/17273ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2529จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ตามที่คู่ความรับกันว่า โจทก์ได้รับแบบแจ้งรายจ่ายสำหรับผู้ประกอบการค้า (ภ.ค. 45) 1 ฉบับ จากเจ้าพนักงานประเมินสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ 3 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2529ให้โจทก์แจังรายการจ่ายสำหรับประกอบการค้าของโจทก์สำหรับเดือนมีนาคม 2529 ถึงเดือนพฤษภาคม 2529 ภายใน 15 วัน

นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม สำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ 3 จึงมีหนังสือเชิญหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ไปพบและให้นำสมุดบัญชีเงินสด สมุดบัญชีแยกประเภทปี 2529 ตั้งแต่เดือนมกราคม2529 จนถึงปัจจุบัน ไปมอบเพื่อประกอบการพิจารณา แต่หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ไม่ไปพบทั้งไม่นำเอกสารดังกล่าวไปมอบ จำเลยที่ 3ซึ่งเป็นสรรพากรเขตพื้นที่ 3 จึงได้กำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์โดยอาศัยรายรับขั้นต่ำของโจทก์ซึ่งเคยกำหนดไว้เดือนละ 44,700 บาทเพิ่มอัตราร้อยละยี่สิบ เป็นเดือนละ 53,640 บาท และให้ถือเป็นรายรับขั้นต่ำของโจทก์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2529 เป็นต้นไปโดยจำเลยมิได้ส่งเจ้าพนักงานไปควบคุมรายรับ ณ สถานการค้าของโจทก์ปัญหามีว่าการกำหนดรายรับขั้นต่ำของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เบญจ ที่จะกำหนดรายรับขั้นต่ำตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ประกอบการค้า ในเรื่องนี้ได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำ ตามมาตรา 86 เบญจแห่งประมวลรัษฎากร ออกใช้บังคับ โดยข้อ 4 ของประกาศดังกล่าวระบุว่าถ้าผู้ประกอบการค้าไม่แจ้งรายจ่ายตามแบบ ภ.ค. 45 ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 3 (หมายถึง 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันได้รับแบบ ภ.ค. 45)หรือเจ้าพนักงานประเมินเห็นว่ารายจ่ายที่ผู้ประกอบการค้าแจ้งนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงโดยไม่มีเหตุสมควร ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำจากรายรับของหนึ่งวัน

ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 10 วันที่ 11 ถึงวันที่ 15 และวันที่ 16 ถึงวันที่ 25 ของเดือนเดียวกันและเป็นเดือนก่อนเดือนกำหนดรายรับขั้นต่ำ แล้วนำรายรับทั้งสามวันดังกล่าวมาถัวเฉลี่ยเป็นรายรับหนึ่งวัน ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง แล้วคูณด้วยวันทำการปกติของผู้ประกอบการค้าในเดือนนั้น ได้เท่าใดให้ถือเป็นรายรับขั้นต่ำที่ต้องกำหนด จะเห็นได้ว่าตามข้อ 4 แห่งประกาศดังกล่าวมิได้กำหนดให้จำเลยต้องส่งเจ้าพนักงานออกไปคุมรายรับ ณ สถานการค้าของโจทก์เลย การที่จำเลยจะทราบรายรับของโจทก์ในหนึ่งวัน ตามระยะเวลาตามข้อ 4 แห่งประกาศดังกล่าวนั้น จำเลยอาจกระทำได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในหลายวิธีเช่น ให้โจทก์ส่งอ้างบัญชี รายรับประจำวัน

เรียกผู้แทนโจทก์มาสอบถาม ส่งเจ้าหนักงานออกไปคุมรายรับ หรือโดยวิธีอื่นที่พึงกระทำได้ แต่การกำหนดรายรับขั้นต่ำต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 4 แห่งประกาศดังกล่าว แม้ในการประชุมพิจารณาการบริหารงานของสรรพากรเขตพื้นที่ครั้งที่ 6 จะมีมติว่า สำหรับผู้ประกองการค้าที่เคยกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เดิม ไม่เกินวันละ10,000 บาท ซึ่งไม่ส่งแบบ ภ.ค. 45 คืน ให้กำหนดรายรับขั้นต่ำโดยวิธีคำนวณเพิ่มยอดรายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้เดิมอีกร้อยละ 20และให้สรรพากรเขตพื้นที่ถือปฏิบัติตามมติที่ประชุมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2529 เป็นต้นไปก็ตาม มติของที่ประชุมดังกล่าวก็เป็นระเบียบหรือข้อปฏิบัติภายในที่ไม่มีบทกฎหมายรองรับ

เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา86 เบญจ แห่งประมวลรัษฏากรดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานของจำเลยมีอำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำโดยใช้หลักเกณฑ์ตามมติที่ประชุมได้แล้วการที่เจ้าพนักงานของจำเลยกำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์โดยคำนวณเพิ่มจากรายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้เดิมอีกร้อยละ 20 นั้น จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) และไม่ชอบด้วยมาตรา 86 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากรส่วนที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้รับหนังสือของเจ้าพนักงานประเมินแจ้งให้ส่งเอกสารต่าง ๆเพื่อใช้เป็นเกณฑ์คำนวณกำหนดรายรับขั้นต่ำตามประมวลรัษฎากรมาตรา 23 แล้ว

โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยจึงมีอำนาจประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์ตามมติที่ประชุมดังกล่าวได้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 25 นั้นเห็นว่า มาตรา 23 และมาตรา 25 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้มีเงินได้มาไต่สวน และสั่งให้ผู้นั้นนำบัญชีหรือพยานหลักฐานอื่นมาแสดงเฉพาะในกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเท่านั้นหากผู้มีเงินได้ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งดังกล่าวเจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้ และการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินในกรณีนี้ ก็จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายให้อำนาจไว้เช่นเดียวกัน แต่คดีนี้ เป็นเรื่องการกำหนดรายรับขั้นต่ำเพื่อประโยชน์ในการคำนวณรายรับของผู้ประกอบการค้าตามมาตรา 86 เบญจแห่งประมวลรัษฏากร ซึ่งมีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า(ฉบับที่ 38)

กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลรัษฎากร มาตรา 23 และมาตรา 25มาใช้บังคับในกรณีนี้ได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์จำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5028/2548

การที่โจทก์ไม่นำใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินตามหมายเรียก และไม่ไปพบเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือเชิญพบหลายครั้ง ถือได้ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5036/2545

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตรวจสอบในการตรวจสอบภาษี โดยไม่ยอมตอบข้อซักถามใด ๆ อันเป็นประโยชน์แก่การตรวจสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ส่งมอบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในหมายเรียก แต่ข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4555/2539

เบี้ยปรับของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากรถือได้ว่าเป็นเงินภาษีที่เกิดขึ้นพร้อมกับหนี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อกรมสรรพากรเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ย่อมมีสิทธิได้รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5817/2534

การที่มาตรา 87 ทวิ แห่ง ป.รัษฎากรให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับของผู้ประกอบการค้าที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าหรือยื่นไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 18288)

บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน กฎหมายมิได้กำหนดเป็นเด็ดขาดว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกจะต้องห้ามอุทธรณ์ในทุกกรณี แต่จะต้องห้ามอุทธรณ์ก็ต่อเมื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้