Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56814)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 ขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาล ได้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพราะเลยระยะเวลาแก้ฎีกาแล้ว ไม่อนุญาตจำเลยเห็นว่า จำเลยมีความจำเป็นอย่างยิ่งไม่สามารถทำคำแก้ฎีกาภายในกำหนดได้และคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้นั้น จำเลยก็ได้ยื่นภายในกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา แต่การที่ เรือนจำส่งไปถึงศาลเมื่อพ้นกำหนดแล้วนั้นหาเป็นข้อบกพร่อง หรือความผิดของจำเลยไม่ และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำแก้ฎีกา ต่อศาลชั้นต้นแล้วเช่นกัน ขอศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ขยายระยะ เวลายื่นคำแก้ฎีกาและรับคำแก้ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365(1)(3),278 เป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษข้อหา ฐานกระทำอนาจาร ตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยมี กำหนด 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยในข้อหาฐานบุกรุก และอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365(1)(3),278 ด้วย แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้แล้วคงให้เป็นไป ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 60)จำเลยได้รับสำเนาฎีกาไว้แล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2535(อันดับ 60)วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาไปอีก 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต(อันดับ 66)วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับ (อันดับ 64)ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2535 จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาก็ตาม แต่ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดแก้ฎีกาแล้วจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นก็สั่งรับคำแก้ฎีกาแล้ว กรณีไม่มีประโยชน์จะวินิจฉัยชี้ขาดต่อไปให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1387/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสมคะเน ค้ำจุนจำเลยนายสมคะเน ค้ำจุน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 200ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 ขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาล ได้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพราะเลยระยะเวลาแก้ฎีกาแล้ว ไม่อนุญาตจำเลยเห็นว่า จำเลยมีความจำเป็นอย่างยิ่งไม่สามารถทำคำแก้ฎีกาภายในกำหนดได้และคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้นั้น จำเลยก็ได้ยื่นภายในกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา แต่การที่ เรือนจำส่งไปถึงศาลเมื่อพ้นกำหนดแล้วนั้นหาเป็นข้อบกพร่อง หรือความผิดของจำเลยไม่ และต่อมาจำเลยก็ได้ยื่นคำแก้ฎีกา ต่อศาลชั้นต้นแล้วเช่นกัน ขอศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ขยายระยะ เวลายื่นคำแก้ฎีกาและรับคำแก้ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365(1)(3),278 เป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษข้อหา ฐานกระทำอนาจาร ตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยมี กำหนด 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยในข้อหาฐานบุกรุก และอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365(1)(3),278 ด้วย แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้แล้วคงให้เป็นไป ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 60)จำเลยได้รับสำเนาฎีกาไว้แล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2535(อันดับ 60)วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาไปอีก 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต(อันดับ 66)วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับ (อันดับ 64)ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2535 จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาก็ตาม แต่ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดแก้ฎีกาแล้วจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ศาลชั้นต้นก็สั่งรับคำแก้ฎีกาแล้ว กรณีไม่มีประโยชน์จะวินิจฉัยชี้ขาดต่อไปให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2567

จำเลยเป็นผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี ภูมิลำเนาของจำเลยในช่วงระยะเวลาที่จำเลยถูกจำคุกจึงเป็นเรือนจำกลางอุดรธานี มิใช่ที่อยู่ตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 200 บัญญัติว่า ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะพิเศษสำหรับคดีอาญาและหากมีการดำเนินการไม่ถูกต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5868/2557

การไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง อันมีมาตรา 198 บัญญัติว่า การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น มาตรา 200 บัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7705/2553

ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย โดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยให้โจทก์ร่วมทั้งสองแก้อุทธรณ์แต่ประการใด ซึ่งบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 200 บัญญัติว่า "ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2553

พนักงานเดินหมายส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย 2 ครั้ง โดยไม่สามารถ ส่งได้เนื่องจากไม่พบบ้านของจำเลย แต่เมื่อส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กลับพบบ้านของจำเลยตามภูมิลำเนาที่ปรากฏ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้