Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56816)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า ฎีกาของ จำเลยข้อ 2.1 ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 แม้เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยสั่งไม่รับฎีกา และสั่งในคำร้อง ขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกา ไม่รับคำร้องจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ข้อ 2.3 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาข้อ 2.4 ค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้สูงเกินไปจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์สืบไม่สม ส่วนฎีกาข้อ 2.2เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทกับให้รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วขนย้ายออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 400 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองกับบริวารจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปเป็นที่เรียบร้อยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 133,132)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 134,135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองโต้แย้งในข้อ 2.1 ว่า โจทก์ทั้งสองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทข้อ 2.3 ว่าจำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของ ข้อ 2.4 เกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนฎีกาในข้อ 2.2 ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็น ฟ้องซ้ำนั้น ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วในคดีนี้ว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองไม่เป็นฟ้องซ้ำให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว อนึ่ง เมื่อศาลฎีกาสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยทั้งสองแล้วก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองเสีย ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1391/2535นายสะและ สวัสดิ์มณี กับพวกโจทก์ร้อยตำรวจเอกดำริห์ แจ่มประภา กับพวกจำเลยร้อยตำรวจเอกดำริห์ แจ่มประภา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสาวไพรินทร์ ทองคำ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า ฎีกาของ จำเลยข้อ 2.1 ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 แม้เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยสั่งไม่รับฎีกา และสั่งในคำร้อง ขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกา ไม่รับคำร้องจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ข้อ 2.3 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาข้อ 2.4 ค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้สูงเกินไปจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์สืบไม่สม ส่วนฎีกาข้อ 2.2เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทกับให้รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วขนย้ายออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 400 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองกับบริวารจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปเป็นที่เรียบร้อยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว (อันดับ 133,132)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 134,135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองโต้แย้งในข้อ 2.1 ว่า โจทก์ทั้งสองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทข้อ 2.3 ว่าจำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของ ข้อ 2.4 เกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง

ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนฎีกาในข้อ 2.2 ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็น ฟ้องซ้ำนั้น ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วในคดีนี้ว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองไม่เป็นฟ้องซ้ำให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว

อนึ่ง เมื่อศาลฎีกาสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยทั้งสองแล้วก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองเสีย ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57035)

ความว่า ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นฎีกาข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมาย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา และสั่งไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56970)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท และฎีกาของโจทก์ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้