Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56863)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยไปวาง ณสำนักงานวางทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสามบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ และจำเลยที่ 3ได้แถลงว่าตนยอมสละสิทธิที่จะถอน เป็นการวางทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้ แล้ว จำเลยที่ 3 ย่อมหลุดพ้นจากนี้ตามเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 อันเป็นหนี้ที่ได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 331 ป.วิ.อ. มาตรา 39 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

ความว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานขอสละสิทธิถอนการวางทรัพย์ทั้งหมดไว้แล้ว ถือว่าคดีเลิกกัน โปรดงดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จำหน่ายคดีออกจากสารบบความหมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาและแถลงคัดค้านปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณา (อันดับ 83)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกสำนวนละ 1 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอย่างมาก ปรานีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 3 สำนวนละ 8 เดือน ฯลฯจำเลยที่ 3 ฎีกา (อันดับ 71 แผ่นที่ 2)ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ก่อนอ่านจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้งดการอ่าน (อันดับ 72)

ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อสอบถาม ถึงวันนัดผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้านคำร้องของจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป (อันดับ 75)ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 76)ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ก่อนอ่านจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 79) สำเนาให้ทนายโจทก์ทั้งสาม ทนายโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาโดยให้ส่งสำนวนและคำพิพากษากลับคืนศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามคำร้องของจำเลยที่ 3 และคำคัดค้านของทนายโจทก์ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คทั้งสองจำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสามบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ และจำเลยที่ 3 ได้แถลงต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางว่าตนยอมสละสิทธิที่จะถอน โจทก์ทั้งสามคัดค้านเพียงว่า ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งว่าหนี้ตามเช็คยังไม่สิ้นผลผูกพันโดยเด็ดขาด คดีจึงยังไม่เลิกกันโดยมิได้โต้แย้งการวางทรัพย์ดังกล่าว คดีจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ได้วางทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้ด้วยจำเลยที่ 3 ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ตามเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 อันเป็นหนี้ที่ได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ให้จำหน่ายคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2567

การที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงว่า ตามที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ พ 1873/2562 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ แต่มีเหตุขัดข้องทำให้จำเลยที่ 1 ยังไม่อาจปฏิบัติตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2565

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 4 ได้ใช้เงินตามเช็คแก่ผู้ทรงเช็คหรือแก่ธนาคารภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ออกเช็คได้รับหนังสือบอกกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3873/2565

ข้อตกลงของผู้เสียหายกับจำเลยไม่มีข้อความใดแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในทันที เป็นเพียงข้อตกลงที่ให้โอกาสแก่จำเลยในการผ่อนชำระหนี้ตามเช็คเท่านั้น กรณีที่ผู้เสียหายจะไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2563

เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จะถอนฟ้องไม่ได้ แม้จำเลยจะใช้เงินตามเช็คให้แก่โจทก์จนครบถ้วนแล้ว แต่เป็นการใช้เงินภายหลังวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด คดีอาญาจึงไม่เลิกกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2553

กรณีคดีอาญาเลิกกันตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 เป็นกรณีที่มูลหนี้ที่ผู้กระทำความผิดได้ออกเช็คเพื่อใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้