Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56945)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1และข้อ 1.1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลจึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192ฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นปัญหาว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 1.3 เป็นปัญหาว่าคดีนี้จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย เพียงสถานเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งจำเลยฎีกาข้อ 1.1 อ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาที่ได้ความ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าระหว่างพิจารณาจำเลยยังครอบครองทางพิพาทและวินิจฉัยว่าตราบใดจำเลยยังครอบครองทางพิพาท ถือว่าจำเลยยังกระทำผิด จึงไม่มีข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เห็นว่าฎีกาของจำเลย โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง เป็นอย่างอื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (โดยที่จำเลยฎีกาอ้างว่าข้อ 1.3ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ถูกอยู่ตอนท้ายของข้อ 1.2 นั้น)ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะอันเป็นที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2166/2535พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่นโจทก์นายปั่น สาริกาจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 192ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1และข้อ 1.1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลจึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192ฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นปัญหาว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 1.3 เป็นปัญหาว่าคดีนี้จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย เพียงสถานเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งจำเลยฎีกาข้อ 1.1 อ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาที่ได้ความ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าระหว่างพิจารณาจำเลยยังครอบครองทางพิพาทและวินิจฉัยว่าตราบใดจำเลยยังครอบครองทางพิพาท

ถือว่าจำเลยยังกระทำผิด จึงไม่มีข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เห็นว่าฎีกาของจำเลย โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง เป็นอย่างอื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (โดยที่จำเลยฎีกาอ้างว่าข้อ 1.3ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ถูกอยู่ตอนท้ายของข้อ 1.2 นั้น)ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะอันเป็นที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11473/2557

แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจึงนำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8750/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 182 กระทง เป็นจำคุก 364 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้