Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56949)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากโจทก์ได้ย้ายจากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อไปประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โจทก์จึงไม่ได้รับสำเนาฎีกาของจำเลยซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งหมาย ได้ปิดไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ จนกระทั่งวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 โจทก์ได้แต่งทนายความและมอบให้มาตรวจ สำนวน จึงทราบ ว่าจำเลยยื่นฎีกาไว้ เห็นได้ว่าโจทก์มิได้จงใจ ที่จะไม่ยื่น คำแก้ฎีกาภายในกำหนด และทนายโจทก์ต้องการรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการเขียนคำแก้ฎีกา โปรดอนุญาตให้โจทก์ แก้ฎีกาและขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาออกไปอีก 20 วัน นับแต่วันยื่นคำร้องหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,91,167,137,172,173,174 วรรคสอง,326ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องไว้เฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172,173,174 วรรคสอง และมาตรา 326ส่วนข้อหาตามมาตรา 167 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม เป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 326 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 326 อันเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,173,174 วรรคสอง และมาตรา 326 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษ ตามมาตรา 174 วรรคสอง อันเป็นบทหนักที่สุดและจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวสองกรรมต่างวาระกัน เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมจำคุก 12 เดือนจำเลยฎีกา (อันดับ 57 แผ่นที่ 2)โจทก์รับสำเนาฎีกาโดยวิธีปิดหมายวันที่ 1 เมษายน 2535(สำนวนธุรการ อันดับ 65 แผ่นที่ 2)โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58)คำสั่งโจทก์จะยื่นคำแก้ฎีกา ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นเมื่อโจทก์อ้างว่าไม่ได้รับสำเนาฎีกาของจำเลยเพราะการส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ไม่ชอบ โจทก์จึงมิได้แก้ฎีกา ภายในกำหนด โจทก์ต้องร้องขอยื่นคำแก้ฎีกาต่อศาลชั้นต้นเพื่อศาลชั้นต้นจะได้ดำเนินการต่อไป โจทก์จะยื่นคำแก้ฎีกาต่อศาลฎีกาทีเดียวไม่ได้ ให้ยกคำร้อง ของ โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2189/2535ร้อยตำรวจเอกจำนงค์ พรมพันธ์ใจโจทก์นายโชติ อัศวลาภจำเลยนายสุรเดช วิจารณกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 200ความว่า เนื่องจากโจทก์ได้ย้ายจากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อไปประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โจทก์จึงไม่ได้รับสำเนาฎีกาของจำเลยซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งหมาย ได้ปิดไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ จนกระทั่งวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 โจทก์ได้แต่งทนายความและมอบให้มาตรวจ สำนวน จึงทราบ ว่าจำเลยยื่นฎีกาไว้ เห็นได้ว่าโจทก์มิได้จงใจ ที่จะไม่ยื่น คำแก้ฎีกาภายในกำหนด และทนายโจทก์ต้องการรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการเขียนคำแก้ฎีกา

โปรดอนุญาตให้โจทก์ แก้ฎีกาและขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาออกไปอีก 20 วัน นับแต่วันยื่นคำร้องหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,91,167,137,172,173,174 วรรคสอง,326ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องไว้เฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172,173,174 วรรคสอง และมาตรา 326ส่วนข้อหาตามมาตรา 167 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม เป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 326 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 326 อันเป็นบทหนัก

จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,173,174 วรรคสอง และมาตรา 326 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษ ตามมาตรา 174 วรรคสอง อันเป็นบทหนักที่สุดและจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวสองกรรมต่างวาระกัน เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมจำคุก 12 เดือนจำเลยฎีกา (อันดับ 57 แผ่นที่ 2)โจทก์รับสำเนาฎีกาโดยวิธีปิดหมายวันที่ 1 เมษายน 2535(สำนวนธุรการ อันดับ 65 แผ่นที่ 2)

โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58)คำสั่งโจทก์จะยื่นคำแก้ฎีกา ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นเมื่อโจทก์อ้างว่าไม่ได้รับสำเนาฎีกาของจำเลยเพราะการส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ไม่ชอบ โจทก์จึงมิได้แก้ฎีกา ภายในกำหนด โจทก์ต้องร้องขอยื่นคำแก้ฎีกาต่อศาลชั้นต้นเพื่อศาลชั้นต้นจะได้ดำเนินการต่อไป โจทก์จะยื่นคำแก้ฎีกาต่อศาลฎีกาทีเดียวไม่ได้ ให้ยกคำร้อง ของ โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · อัมพร เดชศิริ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2567

จำเลยเป็นผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี ภูมิลำเนาของจำเลยในช่วงระยะเวลาที่จำเลยถูกจำคุกจึงเป็นเรือนจำกลางอุดรธานี มิใช่ที่อยู่ตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 200 บัญญัติว่า ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะพิเศษสำหรับคดีอาญาและหากมีการดำเนินการไม่ถูกต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5868/2557

การไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง อันมีมาตรา 198 บัญญัติว่า การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น มาตรา 200 บัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7705/2553

ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย โดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยให้โจทก์ร่วมทั้งสองแก้อุทธรณ์แต่ประการใด ซึ่งบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 200 บัญญัติว่า "ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2553

พนักงานเดินหมายส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย 2 ครั้ง โดยไม่สามารถ ส่งได้เนื่องจากไม่พบบ้านของจำเลย แต่เมื่อส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กลับพบบ้านของจำเลยตามภูมิลำเนาที่ปรากฏ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้