Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56958)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองข้อเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงซึ่งควรได้รับการพิจารณาของศาลสูงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนแต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงาน บังคับคดียึดที่ดินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 70)ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินกำหนด 10 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 73)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534มาตรา 17 เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1ไม่ได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยที่ 1 ยังคงครอบครองที่พิพาทการที่ผู้ร้องฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยที่ 1 ได้มอบการครอบครองที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องแล้วจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2219/2535นายทองสุข สินสวัสดิ์โจทก์นายส้มเช้า คงกระโทกผู้ร้องนายเชย ชาวพิมาย กับพวกจำเลยนายแสวง เพ็งศรี ทนายผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองข้อเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงซึ่งควรได้รับการพิจารณาของศาลสูงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนแต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ

โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงาน บังคับคดียึดที่ดินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 70)ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินกำหนด 10 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 73)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)

พ.ศ. 2534มาตรา 17 เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1ไม่ได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยที่ 1 ยังคงครอบครองที่พิพาทการที่ผู้ร้องฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยที่ 1 ได้มอบการครอบครองที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องแล้วจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57065)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกานั้น เห็นว่าไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57063)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาจึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้