Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56961)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยอ้างว่าฎีกาข้อกฎหมายแต่เหตุผลที่ยกขึ้นอ้างเป็นเรื่องว่าพยานโจทก์เบิกความไม่เป็นความจริง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ และการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจาก อีกคดีหนึ่งโดยที่โจทก์ไม่ได้ส่งบัญชีระบุพยานต่อศาลชั้นต้น ก่อนนั้นทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลฎีกาควรที่จะ ได้วินิจฉัยเสียใหม่ นอกจากนี้ในข้อที่จำเลยขอถือเอาอุทธรณ์ ของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกา ที่ว่า ศาลชั้นต้นรับฟัง พยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสารเป็นหลักและไม่นำพยานเอกสาร มาวินิจฉัยนั้น ก็ถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายในชั้นฎีกาเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 5 ปี และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษ ของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 140/2530 คดีหมายเลขแดงที่ 360/2532 ของศาลจังหวัดหล่มสัก คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 90)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความเท็จมีสาเหตุโกรธเคือง กับจำเลย พยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือพยานจำเลยน่าเชื่อถือมากกว่า หล่านี้ล้วนเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลย ฎีกาขอให้รอการลงโทษให้นั้นก็เป็นฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจ ในการลงโทษแก่จำเลยซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2234/2535พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์นายไสว ทาดีจำเลยนายไสว ทาดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยอ้างว่าฎีกาข้อกฎหมายแต่เหตุผลที่ยกขึ้นอ้างเป็นเรื่องว่าพยานโจทก์เบิกความไม่เป็นความจริง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำ ของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ และการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจาก อีกคดีหนึ่งโดยที่โจทก์ไม่ได้ส่งบัญชีระบุพยานต่อศาลชั้นต้น ก่อนนั้นทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลฎีกาควรที่จะ ได้วินิจฉัยเสียใหม่ นอกจากนี้ในข้อที่จำเลยขอถือเอาอุทธรณ์ ของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกา ที่ว่า ศาลชั้นต้นรับฟัง พยานบุคคลไม่รับฟังพยานเอกสารเป็นหลักและไม่นำพยานเอกสาร

มาวินิจฉัยนั้น ก็ถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายในชั้นฎีกาเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 5 ปี และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษ ของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 140/2530 คดีหมายเลขแดงที่ 360/2532 ของศาลจังหวัดหล่มสัก คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 90)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความเท็จมีสาเหตุโกรธเคือง กับจำเลย

พยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือพยานจำเลยน่าเชื่อถือมากกว่า หล่านี้ล้วนเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลย ฎีกาขอให้รอการลงโทษให้นั้นก็เป็นฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจ ในการลงโทษแก่จำเลยซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · ชวลิต พรายภู่ · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้