Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56968)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น แต่คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 42,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 85)จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือวางประกันต่อศาลพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้แต่กลับขอทุเลาการบังคับคดี จึงให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 89) ต่อมาจำเลยแถลงว่าได้เสียค่าขึ้นศาลฎีกาพร้อมด้วยวางค่าทนายความใช้แทนโจทก์ปรากฏตามเอกสารท้ายคำแถลงศาลชั้นต้นสั่งให้รวมสำนวนส่งศาลฎีกา (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างทำของตามฟ้อง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลควรวินิจฉัยให้นั้น ก็เห็นว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์โดยมิได้อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธโจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบไปฝ่ายเดียว โดยจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ ศาลฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างทำของเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและต้องห้ามดังกล่าวอีกด้วย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2290/2535นายสัมพันธ์ กู้ใหญ่โจทก์นายวิโรจน์ รูปดีจำเลยนายวิโรจน์ รูปดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น แต่คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 42,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 85)จำเลยยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือวางประกันต่อศาลพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้แต่กลับขอทุเลาการบังคับคดี จึงให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 89) ต่อมาจำเลยแถลงว่าได้เสียค่าขึ้นศาลฎีกาพร้อมด้วยวางค่าทนายความใช้แทนโจทก์ปรากฏตามเอกสารท้ายคำแถลงศาลชั้นต้นสั่งให้รวมสำนวนส่งศาลฎีกา (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างทำของตามฟ้อง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

จำเลยเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลควรวินิจฉัยให้นั้น ก็เห็นว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์โดยมิได้อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธโจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบไปฝ่ายเดียว โดยจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ ศาลฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างทำของเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและต้องห้ามดังกล่าวอีกด้วย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56970)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท และฎีกาของโจทก์ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56838)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้