Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่าตอไม้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันตามข้อกล่าวอ้าง ทั้งได้ความจากพยานโจทก์ว่าบริเวณตอไม้เป็นไร่นาไม่มีสภาพเป็นป่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังไม่ชัดแจ้งว่าต้นตะเคียนทอง 2 ต้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ทั้งไม่ใช่เป็นสักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 50

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11, 48, 73, 74 จัตวา สั่งริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73 วรรคสอง, 74 ลงโทษจำคุก 9 ปี การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลางส่วนที่ขอให้จ่ายสินบนนำจับ ศาลมิได้ลงโทษปรับ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาที่ว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน2 ตอ ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยหรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความลอย ๆไม่ปรากฏพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ มายืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ข้อนี้ โจทก์มีนายธนู สุขฉายา นายอำเภอน้ำโสม นายประเสริฐ ลี้ตระกูลป่าไม้อำเภอน้ำโสม นายมานพ ฐิติชัยรัตน์ ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งที่ดินอำเภอน้ำโสม และนายฉลาด ผลสุข กำนันตำบลน้ำโสม เป็นพยานโดยเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน 2 ตอ อยู่นอกเขตที่ดินของจำเลยและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝ่ายจำเลยนำสืบยืนยันว่า ตอไม้ตะเคียนทองดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลย ซึ่งจำเลยทำไร่ข้าวโพดมานานแล้ว และจำเลยได้ขออนุญาตตัดฟันต่อทางราชการแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย

ล.1 ถึงล.5 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นอกจากโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า ตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งตามข้อกล่าวอ้างแล้วนายฉลาดพยานโจทก์ยังได้ตอบโจทก์ถามติงว่าที่ดินซึ่งมีตอไม้ทั้ง 2 ตออยู่เป็นไร่ข้าวโพดของจำเลยทำอยู่จำเลยทำไร่บริเวณนั้นมานานแล้ว ตั้งแต่พยานเกิดมาก็เห็นแล้วส่วนนายประเสริฐพยานโจทก์ก็ได้ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าบริเวณตอไม้เป็นพื้นที่ซึ่งได้ถากถางสำหรับทำไร่ทำนา ไม่มีสภาพเป็นป่านอกจากนั้นนายมานพพยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าสภาพบริเวณที่พบตอไม้ไม่มีสภาพเป็นป่า แต่เป็นที่ดินซึ่งถากถางแล้วตอไม้อยู่ริมฝั่งลำห้วยด้านที่ดินของจำเลย

ศาลฎีกาได้ตรวจพิเคราะห์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของจำเลย เอกสารหมาย ล.3ปรากฏว่า ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตด้านทิศตะวันออกจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ชัดแจ้งว่าต้นไม้ตะเคียนทอง 2 ต้น ที่โต้เถียงกันอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่า ไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ ทั้งไม่ใช่เป็นไม้สักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6611/2552

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้ชนิดอื่นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้