Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57011)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2535(ที่ถูกน่าจะ 1 มิถุนายน 2535) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 เห็นว่าตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2530มีผลให้จำเลยที่ 2 ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาใด ๆ มาก่อนจึงเพิ่มโทษแก่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลล่างทั้งสองโดยออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดเสียใหม่ ให้มีโทษจำคุก 12 ปี แทนหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 12 ปี ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามคดีหมายเลขแดงที่ 6110/2528 ของ ศาลอาญาธนบุรี จำเลยที่ 2 พ้นโทษดังกล่าวแล้วกลับมากระทำ ความผิดคดีนี้ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันอีกภายในเวลา 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ จึงให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีกกึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 18 ปี คดีถึงที่สุดจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2535ขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่เพิ่มโทษแก่จำเลยที่ 2อ้างว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและผิดหลงศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลไม่อาจดำเนินการให้ได้ตามคำร้องของ จำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 2 โต้แย้งเรื่องอัตราโทษของศาลอุทธรณ์ก็ควรที่จะฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาแก้ไข จึงให้ยกคำร้อง (อันดับ 107)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นเบิกตัวจำเลยที่ 2 มาสอบถามแล้ว จำเลยที่ 2 แถลงยืนยันตามคำร้องและ ขอให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องส่งต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป(อันดับ 111,112)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันชิงทรัพย์มีกำหนด 12 ปี และเพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 เพราะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดฐานชิงทรัพย์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 6110/2528 ของศาลชั้นต้นอีกกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 18 ปี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่ได้เพราะระหว่างที่จำเลยต้องโทษนั้นได้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2530 ออกใช้บังคับ ขอให้ศาลฎีกาแก้ไขโทษจำเลยที่ 2 เป็นจำคุก 12 ปี และออกหมายจำคุกถึงที่สุดให้ด้วยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้ฎีกาค้ดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงแต่ยื่นคำร้องดังกล่าวเท่านั้นศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขโทษจำคุกและออกหมายจำคุกถึงที่สุดตามคำร้องของ จำเลยที่ 2 ได้ จึงให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2434/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสุรพลหรือเบิ้ม เหลาสา กับพวกจำเลยนายหนูดินหรือแดน กุลสุวรรณ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 214, ม. 215, ม. 216, ม. 225ความว่า คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2535(ที่ถูกน่าจะ 1 มิถุนายน 2535)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 เห็นว่าตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2530มีผลให้จำเลยที่ 2 ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาใด ๆ มาก่อนจึงเพิ่มโทษแก่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลล่างทั้งสองโดยออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดเสียใหม่ ให้มีโทษจำคุก 12 ปี แทนหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 12 ปี ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามคดีหมายเลขแดงที่ 6110/2528 ของ ศาลอาญาธนบุรี จำเลยที่ 2 พ้นโทษดังกล่าวแล้วกลับมากระทำ

ความผิดคดีนี้ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันอีกภายในเวลา 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ จึงให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีกกึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 18 ปี คดีถึงที่สุดจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2535ขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่เพิ่มโทษแก่จำเลยที่ 2อ้างว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและผิดหลงศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลไม่อาจดำเนินการให้ได้ตามคำร้องของ จำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 2 โต้แย้งเรื่องอัตราโทษของศาลอุทธรณ์ก็ควรที่จะฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาแก้ไข จึงให้ยกคำร้อง (อันดับ 107)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นเบิกตัวจำเลยที่ 2 มาสอบถามแล้ว จำเลยที่ 2 แถลงยืนยันตามคำร้องและ ขอให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องส่งต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป(อันดับ 111,112)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันชิงทรัพย์มีกำหนด 12 ปี และเพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 เพราะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดฐานชิงทรัพย์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 6110/2528 ของศาลชั้นต้นอีกกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 18 ปี

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่ได้เพราะระหว่างที่จำเลยต้องโทษนั้นได้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2530 ออกใช้บังคับ ขอให้ศาลฎีกาแก้ไขโทษจำเลยที่ 2 เป็นจำคุก 12 ปี และออกหมายจำคุกถึงที่สุดให้ด้วยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้ฎีกาค้ดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงแต่ยื่นคำร้องดังกล่าวเท่านั้นศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขโทษจำคุกและออกหมายจำคุกถึงที่สุดตามคำร้องของ จำเลยที่ 2 ได้ จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7123/2553

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ประกอบมาตรา 83 และฐานร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2541

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2531

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดข้อหาพยายามฆ่าด้วย จำเลยฎีกาเพียงว่าศาลอุทธรณ์กำหนดโทษรุนแรงเกินไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4409/2530

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2529 ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับฎีกา จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2529 จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาโดยไม่ได้ฎีกาใหม่ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้