Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5704/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 851 บัญญัติว่า อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ หมายความว่า สัญญาประนีประนอมยอมความอาจทำขึ้นได้โดยไม่ต้องมีแบบของสัญญา แต่หากทำขึ้นโดยไม่มีลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดแล้ว ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความก็ไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีตามสัญญาได้ สัญญาประนีประนอมมีข้อความระบุความเสียหายทั้งหมดว่ามีประมาณ 12,000,000 บาท แต่เพื่อเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้นไป ก. ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารโกดังที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ตกลงยอมรับเงินจากจำเลยที่ 2 จำนวน 3,000,000 บาท และขอสละสิทธิเรียกร้องในค่าเสียหายใดๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลยทั้งสอง ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาซึ่งทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 เมื่อจำเลยที่ 2 ชำระเงินให้ ก. ครบถ้วนแล้ว ถือว่า ก. ได้สละสิทธิเรียกร้องใดๆ ที่มีต่อจำเลยทั้งสองในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไปแล้ว แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความก็มีผลเพียงทำให้ ก. ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ตามมาตรา 851 เท่านั้น แต่ก็มิได้ทำให้สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันขึ้นเสียไป เมื่อ ก. ผู้เอาประกันภัยทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จึงมีผลทำให้โจทก์ผู้รับประกันภัยไม่อาจรับช่วงสิทธิจาก ก. มาฟ้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 2 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ในฐานะเจ้าของและผู้ให้เช่าอาคารโกดังเป็นเงิน 3,000,000 บาท ส่วนค่าเสียหายระหว่างโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยกับบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ในฐานะผู้เอาประกันภัยไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ยื่นข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ ตามข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 2/2547 ต่อมาอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด โดยชำระให้แก่บริษัทเงินทุนสินเอเชีย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับผลประโยชน์เป็นผู้รับเงิน โจทก์ชำระเงิน 4,717,246.58 บาท ให้แก่บริษัทเงินทุนสินเอเซีย

จำกัด (มหาชน) ค่าวางหลักประกันอนุญาโตตุลาการ 180,000 บาท ให้แก่กรมการประกันภัย รวมค่าเสียหายที่โจทก์ชำระไปจากการเกิดเหตุอัคคีภัยเป็นเงิน 4,897,246.58 บาท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2547 บริษัทเงินทุนสินเอเซีย จำกัด (มหาชน) รับเงินไปจากโจทก์แล้ว โจทก์จึงรับช่วงสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ผู้กระทำละเมิดชดใช้ค่าเสียหาย 4,897,246.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระเงินไป ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 6,037.70 บาท รวมเป็นเงิน 4,903,284.28 บาท และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 4,903,284.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,897,246.58 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 2,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 12,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดียกฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า พยานหลักฐานเท่าที่นำสืบมารับฟังได้ว่าเหตุเพลิงไหม้อาคารโกดังเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ในประเด็นนี้ ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไว้แล้วว่าข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 แสดงไม่ได้เลยว่าเหตุเพลิงไหม้อาคารโกดังเป็นเหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิด จำเลยที่ 2 ฎีกาในประเด็นนี้โดยคัดลอกข้อความในอุทธรณ์หน้า 16 ถึงหน้า 20 มาทั้งหมด โดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นไม่ชอบอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

อ้างเพียงแต่ว่าพยานหลักฐานเท่าที่นำสืบมารับฟังได้ว่าเหตุเพลิงไหม้อาคารโกดังเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 เช่นเดียวกับอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เพียงประการเดียวว่า โจทก์รับช่วงสิทธิมาฟ้องจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า บริษัท ก.พัฒนากิ่งแก้ว จำกัดกับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถูกต้องแล้วแม้บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวก็บังคับได้ และบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว

จำกัด สละสิทธิเรียกร้องในค่าเสียหายทั้งหมดต่อจำเลยที่ 2 แล้ว โจทก์จึงไม่อาจรับช่วงสิทธิของบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด มาฟ้องได้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 "อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" หมายความว่า สัญญาประนีประนอมยอมความอาจทำขึ้นได้โดยไม่ต้องมีแบบของสัญญา แต่หากทำขึ้นโดยไม่มีลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดแล้ว ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์สัญญาประนีประนอมยอมความก็ไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีตามสัญญาได้เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความ

ปรากฏว่าเป็นสัญญาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทในเหตุเพลิงไหม้อาคารโกดังที่เกิดเหตุ โดยมีข้อความระบุความเสียหายทั้งหมดไว้ด้วยว่ามีประมาณ 12,000,000 บาท แต่เพื่อเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้นไป บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ตกลงยอมรับเงินจากจำเลยที่ 2 จำนวน 3,000,000 บาท และขอสละสิทธิเรียกร้องในค่าเสียหายใด ๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลยทั้งสอง ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาซึ่งทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 และตามสัญญาดังกล่าวเมื่อจำเลยที่ 2 ชำระเงินให้บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด

ครบถ้วน ก็ต้องถือว่าบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ได้สละสิทธิเรียกร้องใด ๆ ที่มีต่อจำเลยทั้งสองในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไปแล้ว แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็มีผลเพียงทำให้บริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ตามมาตรา 851 เท่านั้น แต่ก็มิได้ทำให้สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันขึ้นเสียไป เมื่อบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด ผู้เอาประกันภัยทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จึงมีผลทำให้โจทก์ผู้รับประกันภัยไม่อาจรับช่วงสิทธิจากบริษัท ก. พัฒนากิ่งแก้ว จำกัด มาฟ้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 2 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนันท์ ชัยชูสอน · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประยุทธ แก้วภักดี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.42/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5167/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4198/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้