Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57058)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกา โต้แย้งดุลพินิจศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงคดีนี้ ศาลชั้นต้นปรับกระทงละ 6,000 บาท เท่านั้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จึงเป็นฎีกาต้องห้ามไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 83 วรรคสอง,92 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 มาตรา 18,21 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, คำสั่งกรมสรรพากรที่ กค.0809/11147 เรื่องให้ผู้ประกอบการค้าแจ้งมูลค่าของสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2509 รวม 18 กรรม เรียงกระทงลงโทษให้ปรับกระทงละ 6,000 บาท รวมปรับ 108,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.3 โต้แย้งว่า จำเลยได้ชำระภาษีการค้าเต็มจำนวนในใบกำกับสินค้าเอกสารหมาย จ.8 ตรงตามเจตนารมย์ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ 0809/11174 แล้ว ที่จำเลยไม่แจ้งมูลค่าของสินค้ารถยนต์ตามใบกำกับสินค้า เอกสารหมาย จ.8 ไม่น่ามีความผิดตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมาย เช่นเดียวกับ ฎีกาของจำเลยข้อ 2.5 ที่ฎีกาว่าคำสั่งของกรมสรรพากรดังกล่าวขัดต่อประมวลรัษฎากร เนื่องจากเมื่อไม่มีการขายย่อมไม่มีราคาขายปลีก และข้อความในคำสั่ง ข้อ 2 วรรคสอง นอกเหนือไปจากบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 เป็นการเถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนา กระทำผิดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้วให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยข้อ 2.3 และข้อ 2.5ไว้พิจารณา และดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2867/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์บริษัทฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัดจำเลยบริษัทฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกา โต้แย้งดุลพินิจศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงคดีนี้ ศาลชั้นต้นปรับกระทงละ 6,000 บาท เท่านั้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จึงเป็นฎีกาต้องห้ามไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 83 วรรคสอง,92 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 19)

พ.ศ. 2508 มาตรา 18,21 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, คำสั่งกรมสรรพากรที่ กค.0809/11147 เรื่องให้ผู้ประกอบการค้าแจ้งมูลค่าของสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2509 รวม 18 กรรม เรียงกระทงลงโทษให้ปรับกระทงละ 6,000 บาท รวมปรับ 108,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.3 โต้แย้งว่า จำเลยได้ชำระภาษีการค้าเต็มจำนวนในใบกำกับสินค้าเอกสารหมาย จ.8 ตรงตามเจตนารมย์ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ 0809/11174 แล้ว ที่จำเลยไม่แจ้งมูลค่าของสินค้ารถยนต์ตามใบกำกับสินค้า เอกสารหมาย จ.8 ไม่น่ามีความผิดตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมาย เช่นเดียวกับ ฎีกาของจำเลยข้อ 2.5 ที่ฎีกาว่าคำสั่งของกรมสรรพากรดังกล่าวขัดต่อประมวลรัษฎากร เนื่องจากเมื่อไม่มีการขายย่อมไม่มีราคาขายปลีก และข้อความในคำสั่ง ข้อ 2 วรรคสอง นอกเหนือไปจากบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 เป็นการเถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนา กระทำผิดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้วให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยข้อ 2.3 และข้อ 2.5ไว้พิจารณา และดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3686/2566

หลักการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีใดแล้ว คู่ความฝ่ายที่ไม่พอใจหรือไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์และฎีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2566

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณานอกจากจะอุทธรณ์ได้เมื่อศาลพิพากษาแล้ว จะต้องมีการอุทธรณ์คำพิพากษานั้นด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้อุทธรณ์นอกจากจะโต้แย้งว่าคำสั่งระหว่างพิจารณาไม่ชอบอย่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้